วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มาร่วมจาริกชื่อวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยกับชายที่ชื่อ ธีรศิลป์ แดงดา พร้อมทั้งเมื่อ เทวดา ตกสวรรค์ เข้ากับ นรกโลกันต์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด



จารึกชื่อประวัติศาสตร์ชาติไทย และ ชายที่ชื่อ ธีรศิลป์


เพราะที่เมื่อยุคตี 4 ของเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมืองไทย และ ธีรศิลป์ แดงดา ได้ จารึก ชื่อตนเอง พร้อมด้วยประเทศชาติว่า มี ชาวไทย คนแรกมาเตะฟุตบอลอาชีพในลีกสูงสุดของสเปน ลา ลีกา ละมุนละม่อมแล้ว

ซึ่ง วิเคราะห์บอลเกมดังกล่าวเป็นแมตช์ อัลเมเรีย ของ เจ้ามุ้ย-ธีรศิลป์ ได้ เปิดบ้าน เอสตาดิโอ เด โลส ฆวยโกส เมดิเตร์รานิโอส พบ เอสปันญ่อล

โดยที่ผลการประชันจบลงด้วยผลเสมอด้วยผลบอล 1-1 โดย อูเด อัลเมเรีย นำก่อนนาทีที่ 57 จาก เฟอร์นันโด โซเรียโน่ ก่อนที่ธีรศิลป์จะถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 74 หลังเหตุการณ์ไฟสนาม มีดับ ไปชั่วขณะ

ซึ่งจะเอ่ยได้ว่า มี โอกาส ลงโชว์ฟอร์ม 16 + 4 นาทีรวมทดเจ็บ ทว่า ไฮไลต์ ช่วงท้ายเกมกลับเป็น แซร์โจ้ การ์เซีย ยิงประตูตีเสมอชนิดที่เรียกได้ว่า โอกาสอันควรสุดท้ายของเกมแล้ว

สำหรับ ภาพรวมเกม ทีมอัลเมเรีย เล่นดีกว่า พร้อมด้วยสมควรชนะ แต่ยิง ทิ้งลั่นไกขว้างซะหมด ไม่นับเล่น 11 ต่อ 10 คน ตั้งแต่กลางครึ่งหลัง




โดยในส่วนของ มุ้ย หากคุณผู้อ่าน มีโฉลกได้ตามคอมเมนต์ในทุกสื่อ แล้วพิจารณาคอมเมนต์ของคอ บอลไทยเช่น จากเฟซบุ๊ก almeriathailand ก็จะพบความเห็นโดยประมาณว่า เจ้ามุ้ยไม่ค่อยได้บอล

ถึงแม้ว่ารวมๆ เรื่องการผ่านบอลให้เพื่อน หรือหาที่ว่างให้ตัวเอง ความขยัน และไม่เสียบอล จะ สอบผ่าน ก็ตาม

ในจุดนี้ ผมจำได้ตอนคุ้นชินตาม ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไปเตะกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ช่วงปี 1999 และ ในยศตัวเองเป็นคนไทยผู้ติดตามก็เคย แอบคิด คล้ายๆ กัน

ด้วยกันเรื่อง แบบนี้ก็ต้อง อาศัยเวลา และธีรศิลป์ ไม่ได้มาจากประเทศที่เก่งกาจ ผลบอลพรีเมียร์ลีกติด ท็อป 10 เหรอ ท็อป 70 ของโลก ทำไมต้อง ท็อป 70 เดี๋ยวจะเฉลยครับ




สำหรับ เจ้ามุ้ย นั้นจึงต้องลองตัวเองให้ได้เสียก่อน และหัวหอกวัย 26 ปี ชาวไทยยังมีเวลาอีกตั้ง 12 เดือน นะครับ

โดยส่วนตัว และ ในฐานะแฟนบอลไทยขอสารภาพว่า เจ้ามุ้ย ได้ลงสนามเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เหมือนกัน เพราะได้เล่นตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล และทำได้ ไม่เสียหาย

และพวกเราต้องยอมรับกันว่า นี่คือ เรื่องดี และเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศชาติไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลสโมสร 1.เอสซีจี เมืองทอง, 2.บุรีรัมย์, 3.ชลบุรี, 4.บีอีซีฯ 5.ฯลฯ

ตัวของ ธีรศิลป์ ได้กำลังทำหน้าที่เป็น ตัวแทน ประเทศชาติไทย และ ได้เบิกร่อง ให้รุ่นน้องได้มีโอกาสสานต่อ ความฝัน แบบนี้ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพที่ได้เล่นในลีกสูงสุดยุโรปดีสุด 1 ใน 5

ซึ่งด้วย สไตล์ การเล่นบนพื้น และไม่ได้ปะทะ หรือใช้กำลังมากอย่าง 1.ลา ลีกา, 2.กัลโช่, 3.ลีก เอิง หรือ 4.โปรตุกีส ลีก หรืออีกนัย คือ สิ่งไรก็ได้ที่ไม่ใช่ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ซึ่งควรมากกับนักเตะไทย

พร้อมด้วยเหนือสิ่งอื่น ใด คือ ลีกเหล่านี้ เช่น ลา ลีกา ไม่ได้มี กฎเหล็ก เหมือนพรีเมียร์ลีกที่ระบุ นักเตะต้องเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่เฉลี่ย 75% ในรอบ 2 ปี และทีมชาติต้องมีอันดับโลก ฟีฟ่า แรงกิ้ง ถัวไม่เกิน 70 ในช่วงเวลา 2 ปี

โดยที่ทีมชาติไทยอยู่อันดับ 157 ประกาศล่าสุด 14 สิงหาคม 
 หรือไม่อยู่หน้า 6 จาก 7 หน้าอันดับโลก 208 อันดับ

นั่นศักยจะเรียกได้ว่า หากเด็กไทยไม่เก่ง หรือโดดเด่น เหมือน เมสซี่  ไม่ว่าจะชาตินี้ หรือในระยะเวลาอันใกล้คงลำบากจะขอ เวิร์ก เพอร์มิต โดยตรงจาก โฮมออฟฟิศ ของ อังกฤษ

ขอให้ทุกคนมา ร่วมสนับสนุน และให้กำลังใจกับ ธีรศิลป์ แดงดา จารึกสิ่งดีๆ ในลา ลีกา ให้ทั่วโลกจดจำประเทศไทยกันเถอะนะครับ



เมื่อ เทวดาAngel ตกสวรรค์ กับ นรกโลกันต์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด




สำหรับในช่วงปรี-ซีซั่นเกมการประลองที่พลพรรคทีม ปีศาจแดง กรีฑาทัพลงสู่สังเวียนสนามหญ้า เป็นช่วงเวลาที่แฟนบอล อสูรโลกันต์ ต่างเฝ้ารอยฝีตีนลูกทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ด้วยแท็กติกการเข้าทำที่ตื่นตา การจบสกอร์ระดับเวิลด์คลาส และการทำเกมที่ไหลลื่นและเปี่ยมด้วยไอเดีย แต่นั่นเป็นเหมือนฝันที่ตื่นแล้วมลายหายไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

โดยที่ในแต่ละสัปดาห์แฟน บอล ทีมปีศาจแดง จะมีกิจกรรมให้ทำอย่างน้อยหนึ่งอย่าง สิ่งหนึ่งแน่ นอนคือการช่วยผลงานทีมรัก ยิ่งด้วยเวลานี้ภาพ เดจาวู จากซีซั่นก่อนกำลังตามหลอกหลอนชนิดติดต่าสลัดไม่หลุด อยากจะลืมก็ลืมไม่ลง เล่นเอาเวลาโลกสวยตอนปรี-ซีซั่นหาย วับไปราวกับเอาน้ำแข็งไปโยนในหม้อต้มเดือด แถมหลายคนเล่นโม้ไว้ซะเยอะ เปิดมานัดแรกก็ร่วงกราวสู่ค่อนล่าง อันดับ 13 ของตารางเสียแล้ว

สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ลุ้นแบบเกร็งถึงร่องช่องขับถ่ายด้านหลัง คือการรอว่าในเวลาที่เหลืออีกเพียงราวสัปดาห์เดียวนี้ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้นักเตะผู้กอบกู้วิกฤติมาเสริมทัพได้ หรือไม่ สัปดาห์ที่แล้วได้เฮกับ มาร์กอส โรโฮ ที่มูลค่า 16 ล้านปอนด์แบบผายลมยังไม่ทันหายเหม็น ก็ดันลงไม่ได้เพราะยังไม่ผ่านเวิร์คเพอร์มิต พ่วงด้วยคดีเก่าปีมะโว้เรื่องทำร้ายเพื่อนบ้าน ที่ส่อจะทำให้ ตัวเองสัมผัสสั่งนอนคุกอีก ใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน 

เมื่อมาถึงอาทิตย์นี้ ก็ได้โลดเต้นดี๊ด๊ากันเรื่อง อังเคล ดิ มาเรีย ปีกเพื่อนร่วมชาติของ โรโฮ ที่ตกเป็นประกาศแบบร้อนแรงแซงหน้าทุกสื่อว่าจะอพยพมาสู่ โรงละครแห่งความฝันและรีสอร์ทแอนด์สปาร์ เหตุด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรและลีกที่ 60 กว่าล้านปอนด์





ทำให้แฟนผีแดงที่อดทนรอไม่ไหวก็เอาว่ะ วินนิ่ง ไปก่อน 555

ทันที ที่ได้ร้องถามถึงแฟนผีทุกคนว่าแพงไหม แพงครับ แพงบรรลัยเลย แต่ก็นั่นล่ะคือเหตุผลที่ต้องซื้อเพราะช่วงโมงนี้ทีม ปีศาจแดง มี สภาพพิกลพิการจากการเริ่มสตาร์ทยุคไร้ ป๋า ได้ย่ำแย่ของ เดวิด มอยส์ สิ่งที่ตามมานั่นคือความไม่พร้อมอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ ทั้งไม่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้ ทั้งผลงานจบอันดับ 7 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ชื่อของทีมไม่อาจดึงดูดสตาร์ได้เหมือนแต่ก่อน ทำให้ตอนนี้เงินเท่านั้นที่เอาฟาดให้คน เซ็นปฏิญาณมาร่วมทีมได้

โดยที่สองนัดล่าสุดที่ผ่านจบลงด้วยความพ่ายแพ้หนึ่งนัด และเสมออีกหนึ่งนัด กรีดเลือดสาบานเลยก็ได้ว่าไม่อยากฟังจริงๆ ว่านี่เป็นทีมเกียวกันกับทีมที่เล่นฟอร์มสุดสะเด่าเมื่อช่วงปรีซีที่ผ่านมา 

พร้อมด้วยกลับมาที่เรื่อง ดิ มาเรีย อีกที วินาทีนี้ใครยอมมาก็ต้องดึงไว้ก่อนล่ะครับ ระดับสตาร์รองแชมป์โลก มันคงต้องมีอะไรดีกว่าแค่ลีลากระชากลากเลื้อยแน่ คิดในแง่ดี ไว้ก่อน ดูสถิติที่ทำไว้กับ เรอัล มาดริด ที่ 72 แอสซิส ใน 4 ปี ก็เรียกได้ว่าดีกว่าปีกที่มีตอนนี้ทุกคน พะวักพะวงก็แต่ตนผอมบางเก้งก้างของพี่แก จะโดนเกมหนักแดนผู้ดีรับน้องให้จอดไม่ต้องแจวตั้งแต่นัดแรกๆ หรือเปล่าน่ะ สิ






นี่คือสถิติของดิมาเรีย ที่ทำไว้กับทีม ชุดขาว ถือว่า เอานะ


แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้า ดิ มาเรีย จะเปลี่ยนสภาพจากทีม ราชัน มาเป็นทีม ปีศาจ เป็น ทูตสวรรค์ที่มาอยู่ร่วมถ้ำอสูรจริง ก็คงต้องขอต้อนรับ แต่บอกเลยว่ายังไม่เชื่ออยู่ดีว่าจะตอบ โจทย์และพาทีมกลับมาสู่ความรุ่งเรืองได้อีกครั้ง เพราะสภาพเหมือนคนกะปลกกะเปลี้ยเสียขาของทีมในตอนนี้ เล่นให้เอา ป๋า กลับมาคุมก็ต้องนั่งกุมขมับ เปิดมาสองนัด นักเตะจะยืนให้ครบ 11 คนโดยไม่ ดันเด็กขึ้นมาร่วมทีมด้วยยังยาก นับประสาอะไรกับการคว้าสตาร์มาร่วมทีมตัวเดียวและจะแปรสภาพจากคนพิการมาเป็นคนพิการใส่ขาเทียมได้




โดยจากผลงาน 2 นัดที่เปลี่ยนมาถ้าไม่ทุ่มทุนเราอาจจะไม่ได้เห็น ทีมผีแดง ในเวทียุโรปอีกหลายฤดูกาล

ด้วยกันแน่นอนว่า ทูตสวรรค์ หรือ Angel คนนี้อาจไม่ใช่คนที่พระเจ้าสั่งให้ลงมารดน้ำมนต์ในขุมนรกโลกันต์ของ ทีมปีศาจแดง แน่นอน แต่เป็น หนึ่งในปีระดับโลกที่นายทัพใหญ่แห่งทีม อสูรสามง่าม บรรจงชมและเลือกสรรด้วยตัวเอง ที่ที่เขาจะยืนจะเป็นตรงไหน ปีกอย่างที่แม่นยำ หรือต้องมาเป็นวิงแบ็กในระบบ 3-5-2 หรือไปยืนเป็นมิดฟิลด์เพลย์เมกเกอร์เหมือนที่เล่นกับ มาดริด เมื่อซีซั่นที่แล้ว หรือสุดท้ายจะได้รับบทกองหน้าจอมป่วนแบบ อาร์เยน ร็อบเบน ให้มันมาเถอะครับ ให้มันมา แล้วเราจะได้เห็นกัน

เมื่อสุดท้าย พี่เอ็ดครับ พี่ยังวิ่งไม่พอครับ วิ่งอีกครับ และไม่ว่าจะได้ ดิ มาเรีย มาหรือไม่ ทีมนี้ก็ยังไม่มีทางดีขึ้นผิดหูผิดตาแน่นอน กองกลางที่ทำได้ แค่ส่ง เคลฟ คู่ เฟล็ท หมายถึงอะไรที่ปวดตับ กองหลังที่มี สมอลลิ่ง และ โจนส์ เป็นแกนนำ แบ็กที่เป็นอาจาร์ยังมา ยืน 

โอ้ว พระผู้เป็นเจ้า ผมต้องทนดูทีมตัวเองทำตัวเป็นง่อยไปอีก นานแค่ไหน ซื้ออีกเถอะครับ กองหลังอีกหนึ่ง กองกลางอีกหนึ่ง ก่อนที่อะไรๆ มันจะสายไป ก่อนที่บารมีทั้งชีวิตของ ฟาน กัล จะมาพังพาบที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนที่ผมจะได้ประจวบภาพ เดวิด มอยส์ ยิ้มมุมปากแล้ว แสยะเบาๆ ว่า บอกแล้ว ไม่ใช่เพราะกู


เมื่อมีการสั่งแบนซิเมโอเน่คุมทีม8นัด


ข้อความนี้โดนแบนจนหายซ่าแน่ เมื่อทางสหพันธ์วิเคราะห์ผลบอลสเปน ได้สั่งห้าม ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์ทีม ตราหมี ที่ได้คุมทีมข้างสนาม 8 นัด ฐานโชว์พฤติกรรมกร่างในเกม ซูเปอร์ คัพ

โดยที่สหพันธ์ตารางบอลสเปน หรืออาร์เอฟอีเอฟ ได้สั่งแบน ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ซึ่งเป็นกุนซือของ แอตเลติโก มาดริด แชมป์ ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลล่าสุด โดยที่ห้ามคุมทีมข้างสนามในเกมลีกจำนวน 8 นัด จากความผิดฐานแสดงความประพฤติไม่เหมาะ ระหว่างเกม สแปนิช ซูเปอร์ คัพ นัดสอง ที่ทัพทีม ตราหมี เอาชนะทีม เรอัล มาดริด 1-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา

และเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกโดยที่ ซิเมโอเน่ ได้มีปากเสียงรุนแรงกับทีม ผู้พิจารณาบริเวณข้างสนาม พร้อมด้วยนอกจากนั้นเขายังเอามือไปตบศีรษะผู้ตัดสินที่ 4 แบบทีเล่น ทีจริง รวมถึงปรบมือประชดการทำหน้าของ ดาบิด เฟร์นานเดซ บอร์บาลัน ก่อนที่กุนซือาร์เจนไตน์ จะถูกไล่ออกจากสนาม แต่เขากลับขึ้นไปชมเกมบนอัฒจันทร์ เป็นเหตุให้ สหพันธ์ ฟุตบอลเมืองกระทิง สั่งแบนการคุมทีมที่ข้างสนาม 8 นัด

ซึ่งนอกจากนี้ทาง ซิเมโอเน่ ยังได้ถูกปรับเงินอีกจำนวน 4,805 ยูโรหรือ 216,225 บาท โดยเขามี เวลา 10 วัน ในการขออุทธรณ์ทัณฑ์แบนดังกล่าว ซึ่งในระหว่างนี้ เคร์มัน บูร์โกส ผู้ช่วยของ เอล โชโล่ นั้นจะลง ทำกิจคุมทีมแทน

เมื่อทีมมิลานวางแผนบีล่าตอร์เรสหากวืดมาร์ติเนซ


โดยที่ตัวนำได้ตีข่าวว่า ทีมปีศาจแดง-ดำ ได้วางแผน 2 ทาบ เอล นินโญ่ มาล่าตาข่ายแทน เกรียนโอ้ ซึ่งหากวืด จะได้งาบ แจ็คสัน มาร์ติเนซ

ซึ่งทีม เอซี มิลาน สโมสรชื่อดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้วางแผนสองเอาไว้ในการหาผู้แทนของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงจอมเกรียน โดยได้ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจคว้าตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกฟอร์มบู่ของเชลซี ยอดทีม ดังแห่งศึก ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด ของอังกฤษ มาร่วมทีม ถ้า หากว่าไม่สามารถดึงตัว แจ็คสัน มาร์ติเนซ กองหน้าของ เอฟซี ปอร์โต้ ยักษ์ใหญ่ใน ลีกา ซาเกรส โปรตุเกส ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกมา ร่วมทีมได้

สำหรับทีม ปีศาจแดง-ดำ นั้นกำลังมองหากองหน้าตัวใหม่เข้ามาผลัดเปลี่ยน เกรียนโอ้ ซึ่งมีรายงานว่าจัดย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโรหรือ 900 ล้านบาท โดยกำลังเพ่งเล็งไปที่ มาร์ติเนซ แต่ใจความสำคัญของค่าตัว อาจจะเป็นอุปสรรคของทาง เอซี มิลาน เนื่องจากนักเตะนั้นถูกตั้งค่าหัวเอาไว้สูงพอสมควรเลยทีเดียว

และอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า รอสโซเนรี่ นั้นจะวางแผน บี เอาไว้ เพราะให้ความสนใจไปที่ ตอร์เรส ถึงแม้เรื่องค่าเหนื่อยจะเป็นปัญหามากพอสมควรสำหรับทีม ปีศาจแดง-ดำ แต่ว่าล่าสุดมีรายงานว่า เชลซี อนุญาตช่วยจ่ายค่าเหนื่อย 60 เปอร์เซนต์ของค่าจ้างนัก เตะที่รับอยู่ 9 ล้านยูโรหรือ 405 ล้านบาท ต่อปี หากว่าได้ย้ายไปค้าแข้งที่ ซาน ซิโร่ ด้วยสัญญายืมตัว


ทีมเอฟเวอร์ตัน ได้ซิวตัว เอโต้ ให้มาร่วมทัพ 2 ปี ลงประเดิมสนามนัดแรกเกมฟัด ทีมเชล ซี





โดยที่สำนักข่าว บีบีซี ของอังกฤษ ได้ตีข่าวคราวว่า เอฟเวอร์ตัน ลุข้อตกลงในการคว้าตัว ซามูเอล เอโต้ กองหน้าทีมชาติ แคเมอรูน วัย 33 ปี แบบไม่มีค่าตัว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอดีตหัวหอกเชลซีจะเซ็นสัญญาค้าแข้งอยู่ในถิ่นกูดิสัน พาร์ค 2 ปี

สำหรับเอโต้ ได้สูญสิ้นสัญญากับ เชลซี ทำให้เขาเก่งย้ายไปร่วมทีมไหนก็ได้อย่างอิสระ ก่อนหน้านี้ เอโต้ เคยได้รับความสนใจจากทั้ง 
  • อินเตอร์ มิลาน
  • อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 
  • ลิเวอร์พูล 

โดยปัจจุบันเขาได้ตัดสินใจเลือกไปร่วมทัพทีม เอฟเวอร์ ตัน

และนอกจากนี้ทาง บีบีซี ได้รายงานอีกว่าทีม เอฟเวอร์ตัน จะได้ส่ง เอโต้ ลงเอาฤกษ์นัดแรกในสิ้นสุดที่ทีม เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านต้อนรับการ มาเยือนของทีม เชลซี อดีตต้นสังกัดเก่าของ เอโต้ วันที่ 30 สิงหาคม


ติดตามชมไฮไลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ ที่ 

วิเคราะห์ฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษในสัปดาห์แรกที่ผ่านมาทีมใดจะเป็นทำนองบ้างมาสังเกตกันเลย



เป็น 2ทีมที่อยู่คนละขั้ว



ซึงหากมองที่ ประเด็นหลักๆ ของศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก ณ กาลหลังเปลี่ยนแมตช์แรกของฤดูมาแบบนี้คงต้องบอกว่า เรื่องฟอร์มเทพ เชลซี และฟอร์มบู่ แมนฯยูไนเต็ด

และน่าจะกินพื้นที่มากที่สุด และมีประเด็นย่อย ต่อยอด ตามมามากมาย

หลังจากที่ เชส ฟาเบรกาส ได้เอิ้นอย่างมีความสุขว่า อยู่กับทีมเชลซีแล้ว เล่นง่าย ชีวิตสะดวกสบายไร้กังวลเกินกว่าที่คาดหวังไว้เยอะ

โดยที่ล่าสุดหลังผลงานถล่ม เบิร์นลีย์ 3-1 ซึ่งราคา ต่อรอง จะเป็นแชมป์ของ โจเซ่ มูรินโญ่ และสมาชิกก็ยิ่งถูกหั่นลงไปอีก

สำหรับควันหลง จากเกมที่ทีม เทิร์ฟ มัวร์ ที่ยังไม่ค่อยมีใครแจะถึงก็คือ การลงสนามหญ้าแทน เอด็อง อาซาร์ ของดิดิเยร์ ดร็อกบา ในนาทีที่ 84


ซึ่งชิ้นงานนี้ แม้ว่าหัวหอกใน ตำนาน ของสโมสรยังทำประตูไม่ได้ แต่จังหวะเปิดยาวจากประตูของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ แล้วไปดร็อกบา เก็บบอล หรือชิงโหม่งได้ตลอด

นั่นถือว่าเป็น อีกมิติหนึ่ง ที่ทำเอา เฟอร์นานโด ตอร์เรส ไร้อนาคตในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปเลยล่ะครับ

โดยที่งานนี้ได้ ตอกย้ำ นโยบายการต้องมี ตัวจริง 2 ทีม ไล่ตั้งแต่นายทวาร กูร์กตัวส์หรือปีเตอร์ เช็ก ไปถึง คอสต้าหรือดร็อกบา หรือไม่ใช้ประมาณ 24 นักเตะครีมๆ ท็อปๆ

และตรงกันข้ามทีม แมนฯยูฯ ที่ มาร์กอส โรโฮ ออกมายืนยันส่วนตัวก่อนที่พักผ่อนต้นสังกัดทั้งเก่าหรือใหม่จะ คอนเฟิร์ม การย้ายทีมสู่แมนฯยูไนเต็ด กำลังดูไม่จืดอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว

ที่หนักสุดเห็นจะเป็น ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอ๊ด วู้ดเวิร์ด สั่นคลอนเป็นเจ้าเข้าแน่ๆ หากไม่สามารถซื้อตัวผู้เล่นมีระดับมาเสริมทีมได้อีก

โดยที่ทาง เดลี เมล์ ก็เล่นสัมภาษณ์ยาวเหยียด เดวิด มอยส์ แบบถูกจังหวะเวลาตอนแพ้เกมแรกในบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปี


อาจจะเพรียกหาได้ว่าเป็นการ ขยี้ กันเห็นๆ และเหลือเชื่อเหมือนกันนะครับว่า แพ้แค่ครั้งเดียว แต่ทำเอา เครดิต ของหลุยส์ ฟาน ฮัล สะเทือนไปเหมือนกัน

โดยที่ในเวลาไล่เลี่ย  กัน เรเน่ มูเลนสตีน อดีตผู้ช่วยเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็โดนทาง บีบีซี ลากไปจ้วง เดวิด มอยส์ ย้อนหลัง

หลังจากที่ปัจจุบันสดๆ ร้อนๆ ก็ได้มี ภาพข่าว ของมารูยาน เฟลไลนี่ ใส่เฝือกอ่อนข้อยันซ้ายเสมือนหนึ่งว่า การยักย้ายถ่ายเททีมจะยิ่งยากเย็นแสนเข็ญ

โดยไม่ว่าจะย้ายไปทีม นาโปลี หรือทีมใด

โดยที่ในบั้นปลายที่แม้ไม่ได้เป็นข่าว แต่ผมเชื่อว่า คอบอลส่วนใหญ่คงไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเติม มาร์กอส โรโฮ ด้วยค่าตัวเกือบ 20 ล้านปอนด์

เหตุเพราะว่ามีดาวรุ่งอย่าง 1.ลุค ชอว์, 2.แอชลีย์ ยัง ในตำแหน่งเดียวกันอยู่แล้วไม่นับที่ยังตกเป็นข่าวกับ เดลีย์ บลินด์ นักเตะตำแหน่งเดียวกันทางฝั่งซ้ายของกองหลังอีกคน

ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า ซื้อใครแทบไม่ได้ แต่ยัง ซื้อซ้ำซ้อน ตำแหน่งทำไม

ถ้าหากว่า มีครบ ตัวหลักแต่ละตำแหน่งแล้วก็ไปอย่าง

และชั่วโมงนี้ที ชัดเจน ที่สุด คือ ภาวะความพร้อมของ ฝ่ายเชลซี vs ทีมแมนฯยูไนเต็ด ที่เคร่งเครียดแทนผู้เกี่ยวข้องสโมสรภูตผีปีศาจแดงจริงๆ



ล่าสุดสโคลส์หวั่นผีเจอะเจอยุคมืดเหมือนหงส์ 90


หลังจากที่สโคลส์ได้ออกมาเผยว่า หวั่นทีม ผี อาจเจอยุคมืดถ่ายแบบที่ทีม หงส์แดง ได้เคยประสบเคราะห์ในสมัย 1990 เชื่อถืออดีตต้นสังกัดโชว์ฟอร์มน่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งพอล สโคลส์ ที่เป็นตำนานแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยอมรับว่า บางที อดีตต้นสังกัดอาจต้องพบกับยุคมืดเหมือนที่ทีม ลิเวอร์พูล ยิ่งใหญ่คู่ปรับเคยตกต่ำจนแปรสภาพเป็นทีมขนาดกลางเมื่อช่วงยุค 90 หลังผลงานในซีซั่นที่แล้วไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และยังเปิดหัวฤดูกาล 2014/15 ด้วยความพ่ายแพ้คาถิ่นต่อ สวอนซี 1-2

หลังจากที่อดีตกองกลางทีม ปิศาจแดง ได้เขียนลงในคอลัมน์ส่วนตัวผ่านทางสื่อ ดิ อินดิเพนเดนต์ ซึ่งเป็นสื่อแดนผู้ดีว่า ผมพรั่นกลัวแทน ยูไนเต็ด กลัวว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรติดมือเลย ดังที่เคยเกิดขึ้นกับ ลิเวอรืพูลช่วงยุค 1990 ส่วนตอนนี้พวกเขาต้องการอะไรน่ะหรือ  อาจจะเป็นผู้เล่นสัก 5 คน ที่เข้ามาพลิกสถานการณ์อันสิ้นหวังนี้ได้

กับท้ายที่สุดนั้น สโคลส์ ยังได้ตำหนิต้นขึ้นกับเก่าแบบระอาว่า ผมขอบอกให้ชัดๆ เลยนะ ผมรู้สึกหงุดหงิดมากที่ต้องวิจารณ์สโมสรซึ่งผมเคยทุ่มเททั้งชีวิตให้สมัยที่เป็นนักเตะ

โดยที่โปรแกรมฟุตบอลถัดไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือการบุกเยี่ยม ซันเดอร์แลนด์ ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม นี้


ทีมปืนใหญ่ ไม่ประทับใจในผลงาน



ถ้าหากเทียบเคียงเกมลูกหนังที่สนาม อาตาเติร์ก โอลิมปิยัต สตาดี้ เป็นดั่งสงครามทางการรบ อาร์เซนอล ก็คงไม่ต่างอะไรกับพลกล้าที่รอดตายกลับมาอย่างสะบักสะบอม

ถึงแม้ว่าผลเสมอ 0-0 จะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แถมโอกาสในการลุ้นเข้ารอบก็ดูดีมีค่าธรรมเนียมมากกว่า เพราะเกมนัดสองจะได้กลับมาเล่นใน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในอีก 7 วันหลังข้างหน้า

แต่ว่ารายละเอียดต่างๆของเกมดูน่าผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการเสียสถิติในการเล่นเพลย์ออฟ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ขุนพล ทีมปืนใหญ่ นั้นเป็นมือพระกาฬชั้นดีที่ชนะรวดทั้ง 12 เกมในรอบนี้

แต่สสั่งที่น่าหงุดหงิดใจเป็นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นรูปเกมที่เปิดเผยมาตลอด 90 นาที วันนี้ยอดแข้งของทีมจากกรุงลอนดอนยังพากันออกทะเลเหมือนกับสิ้นสุดชนะทีม คริสตัล พาเลซ 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


และนอกจากใบแดงของ แรมซี่ย์ แล้ว กัปตัน อาร์เตต้า ต้องมาเดี้ยงเพิ่มอีก

เหตุด้วยหนึ่งในศิษย์ทีม เดอะ กันเนอร์ส นั้นเชื่อเลยว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ที่ไม่หลับหูหลับตาเชียร์จนเกินไป น่าจะเห็นพ้องต้องกันว่านัดนี้เป็นอีกเกมที่ดูอึดอัดมากๆและทีมยังมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขอีกมากมาย

ซึ่งโดยเจาะจงในเกมแดนกลาง ที่เล่นกันแบบสะเปะสะปะ ทีมเวิร์กจางหายเหมือนบอลไม่ได้ซ้อมร่วมกันมา ช่องหวาดเสียวที่ทีมพอจะได้ลุ้นประตูส่วนใหญ่ก็มาจากความสามารถเฉพาะตัวเสียมากกว่า

โดยจะยกตัวอย่างก็โอกาสทองในช่วงทดเจ็บก็มาจากการฉวยโอกาสลากบอลไปซัดด้วยซ้ายของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่โดนโกล์เจ้าบ้านปัดไปจนเสาอย่างน่าเสียดาย

ซึ่ีงผิดกับทางทีม เบซิคตัส ที่วันนี้เตรียมตัวมาดี นักเตะมีความกระตือรือร้น เล่นกันด้วยความมั่นใจ การครองบอล การต่อบอล ทำได้เนียนกว่าเยอะ การลุ้นประตูได้น้ำได้เนื้อกว่าเป็นไหนๆ


หลังจากที่เจอความแข็งแกร่งของเจ้าบ้าน แจ็ค วิลเชียร์ ถึงกับล้มลุกคลุกคลาน

โดยไม่ว่าจะเป็นลูกยิงครึ่งสนามหญ้าในวินาทีที่ 3 รวมไปถึงการกระโดดแปเน้นๆในนาที 16 และการล็อกไปยิงเฉี่ยวเสาในช่วงท้ายครึ่งแรกทั้งหมดจาก เด็มบ้า บา รวมถึงการยิงพ้นเสาสองของ โอลชาย ซาฮาน ในต้นครึ่งหลัง

ซึ่งทุกจังหวะที่กล่าวมาหากใครที่ได้ดูถ่ายทอดสด ผมว่าก็น่าจะนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยแหละครับ

และจะเทียบสถิติให้เห็นง่ายๆเอาแค่ โอกุนชี่ โอซียาคุป อดีตเด็กปั้นของ อาร์เซนอล เพียงคนเดียวก็เปิดบอลเข้าไปในพื้นที่กรอบเขตโทษได้ถึง 5 ครั้งซึ่งมากกว่าทาง ทีมปืนใหญ่ ทั้งทีมที่จ่ายเข้าเขตอันตรายได้เพียง 2 ครั้ง

ในช่วงทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ของสาวก ทีมปืนใหญ่ ได้พุ่งประเด็นไปในทิศทางเดียวกันก็คือผลงานที่ไม่ค่อยจะดีนักของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่วันนี้ทำอะไรก็ด้อยไปหมด พักบอลไม่ได้ จ่ายบอลก็เสียแทบตลอด


ซึ่งนั่นทำให้แฟนปืนไม่ปลื้มอย่างแรงกับฟอร์มของ ชิรูด์

และขนาด แรมซี่ย์ ชิพบอลข้ามกองหลังให้ยิงโล่งๆก็ไปซัดลมอย่างน่าเกลียดน่าชัง ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลังเกมจะมีกระแสโซเชียลอย่างมากมาย บางก็บอกให้สลับตัวกับอดีตหัวหอกทีม เชลซี

ซึ่งบางคนก็ว่าทีมจะไม่ได้แชมป์เลยหากหัวหอกทีมชาติ ฝรั่งเศส ได้ลงสนามหญ้าเป็นตัวจริงมากกว่า 85% และเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้ซื้อหัวหอกตัวใหม่เข้ามาเสริมทีมเป็นการด่วน

ในนาทีนี้ อาร์เซนอล กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ นอกจากจะต้องรอชี้ชะตาเกมสองกับทาง เบซิคตัส แล้ว สุดสัปดาห์นี้ก็มีศึกหนักในเกมลีกที่ต้องไปเยือน ทีมท็อฟฟี่ เอฟเวอร์ตัน

ซึ่งขุมกำลังที่ทั้งเจ็บและแบนรวมถึงแข้งไม่ฟิตเต็มไปหมด ดูแล้วงานนี้แฟนลูกบอลอย่างเราๆต้องลุ้นกันเหนื่อยอีกแน่



ทีมผีแดงล็อกเป้าเล็งทีจะกระชากอลอนโซ่คุมเกม



โดยที่สื่อวิเคราะห์บอลได้ตีประกาศว่า อลอนโซ่ ที่กำลังได้รับความสนใจจากทีม แมนฯ ยูฯ ที่หวังดึงกลับมาค้าแข้งในอังกฤษอีกครั้งหลังก่อนหน้านี้เคยมีประสบการณ์โลดแล่นในถิ่นแอนฟิลด์ กับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว

ภายหลังที่ทมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวเบนเข็มเล็งเป้าหมายใหม่ หลังล่าสุด มีรายงานว่าบอร์ดบริหารของ ทีมปีศาจแดง กำลังที่จะยื่นข้อเสนอทาบทาม ชาบี อลอนโซ่ ห้องเครื่องตัวเก๋าของเรอัล มาดริด มาร่วมทัพในอีกเร็วๆ วันนี้ ภายหลังจากที่มิดฟิลด์มาดคุณชาย มีโอกาสที่จะถูกตัดออกจากทัพ ทีมราชันชุดขาว ชุดตัวจริงในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

โดยที่เดอะ เดลี่ย์ เอ็กซ์เพรสส์ ซึ่งเป็นสื่อกีฬาชื่อดัง ได้ตีข่าวรายงานว่าทีม แมนฯ ยูฯ เริ่มที่จะหันไปเล็ง อลอนโซ่ มาร่วมทัพอย่างจริงจัง ภายหลังจากที่เห็นว่าดาวเตะวัย 32 น่าจะได้รับโอกาสลงสนามกับ มาดริด น้อยลงในซีซั่นใหม่ ภายหลังจากที่มีสุดยอดแข้งอย่าง โทนี่ โครส เก็บข้าวของย้ายเข้ามา อีกทั้งบอร์ดบริหารของ ทีมราชันชุดขาว ก็ดูจะไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่นักกับการที่ อลอนโซ่ มีอาการบาดเจ็บออดๆ แอดๆ รบกวนอยู่ตลอดในช่วง 1 ปีหลังสุด

โดยสำหรับ อลอนโซ่ นั้นได้เคยมีประสบการณ์ค้าแข้งในศึกฟุตบอลลีกเมือง เมืองผู้ดี มาแล้ว เพราะว่าลงสนามรับใช้ทีมคู่อริอันดับ 1 ของ ทีมปีศาจแดง อย่าง ทีมลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2004-2009 ลงสนามไป 210 นัด ทำไป 19 ประตู พา ทีมหงส์แดง คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมด้วยเอฟเอ คัพ มาครองได้อย่างละ 1 สมัย



ดังนี้สิรักกันจริง หลังแฟนผีสักตราสโมสรบนหน้าผาก



สำหรับใครๆที่บอกว่ารัก ทีมผีแดง ดาดาษ อย่างนั้นอย่างนี้ หยุดเลยครับ เพราะไม่มีทางจะเทียบกับคนนี้ได้อย่างแน่นอน

โดยที่ Mr.Manchester United ซึ่งไม่ใช่สมญาแต่เป็นชื่อจริงตามกฏหมาย หลังเปลี่ยนจากซดราฟคอฟ เลวิดชอฟ ซึ่งใช่ครับ เขาเป็นชาวรัสเซีย ที่ทำให้โลกตะลึงอีกครั้งในความรักทีมโปรดอย่างสุดหัวใจด้วยการ สัก ปีศาจถือสามง่าม ตราโลโก้สโมสรบนหน้าผากของตัวเอง เพื่อเทิดทูนทีมรักที่ปักหัวใจเขาตั้งแต่ได้ชมเกมนัดชิงในตำนานที่พลิกเอาชนะ บาเยิร์น 2-1 ในปี 1999


และถึงจะดูแปลก อย่างเดียวว่าเจ้าตัวมั่นใจมากกับสิ่งที่ทำไป พร้อมกันเผยว่ามีคนให้ความชื่นชมกับเขามากมาย ซึ่งถ้าทำแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่นก็ไม่เป็นไรครับ


ซึ่งเขาได้แจ้งไว้เผื่อทราบ ว่าเขามีแมว 1 ตัวครับ ชื่อว่า David Beckham

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทดข่าวฟุตบอลที่แล้วปิดตลาดโค้งสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ



ทีมหงส์แดงเดิมพันที่เอลเกรียน




ซึ่งถ้าถือกำเนิดไม่มีอะไรผิดพลาด ทางสโมสรทีม ลิเวอร์พูล จะได้ฤกษ์ต้อนรับกองหน้าคนใหม่และคนสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ ที่มีนามว่า มาริโอ บาโลเตลลี่

และสำหรับเหล่ากอสาวกทีม เดอะ ค๊อป แล้ว การเซ็นสัญญาดังกล่าวน่าจะสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย โดยเฉพาะกับการที่แฟนโปรแกรมบอลหมู่นี้เคยมานะเร่งเร้าให้บอร์ดบริหารซื้อดาวยิงระดับพระกาฬเพื่อทดแทนการขาดหายไปของ หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทัพเสียที

ซึ่งมันอาจจะดูราวกับกับว่าทีม ลิเวอร์พูล เสียตัว กัด เพื่อไปได้ตัว เกรียน มาแทน แต่ว่าหากจะมองโลกในแง่บวกโลกสวยฟรุ้งฟริ้งกันสักนิด ที่จริงอย่างหนึ่งในชีวิตของ บาโลเตลลี่ ก็คือเขาไม่ชินเห็นหัวไหล่ใครทั้งเป็น snack อาหารว่างไว้ขบเคี้ยวเล่น 555++



ซึ่งจากเป้าหมายที่ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ข่าวลือ แต่ดันกลายเป็นจริง

พร้อมด้วยเมื่อเทียบกับ 1.การเตะบอลใส่รถกอล์ฟ , 2.ขว้างลูกดอกปาเป้าใส่ทีมนักเตะเยาวชน หรือ 3.จุดไฟเผาบ้านตัวเอง เรื่องราวทั้งหมดอาจไม่ได้เลวอะไรนัก

ซึ่งนั่นเชื่อเหลือเกินนะครับว่า ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนไม่เคยสงสัยในความสามารถพิเศษที่มีมาแต่กำเนิดของ เอล เกรียน หากแต่สิ่งเดียวที่ปิดกั้นระหว่างตัวเขากับนิยามของการเป็นแข้งระดับโลกก็คือ ทัศนคติ

  1. ความไม่มีวินัย 
  2. อารมณ์แรงกระตุ้นแปรปรวน 
  3. เต็มที่เฉพาะในเวลาที่อยากเต็มที่ 
  4. รักจะยิงแต่ลูกสวยๆ 
  5. เกลียดทุกอย่างที่เป็นความพื้นๆ หรือถ้าหากจะพูดแบบมัดรวมง่ายๆ ก็คืออุปนิสัยเด็กดื้อนั่นเอง


แต่หากมาลองวิเคราะห์บอลพร้อมทั้งมองกันบนพื้นฐานของโลกแห่งความเป็นจริง แฟนๆ ทีมลิเวอร์พูล คงต้องก้มหน้าถือว่า บาโลเตลลี่ ไม่ใช่ตัวเลือกกองหน้าอันดับ 1 ที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เฝ้าฝัน แต่เขากำลังจะได้ย้ายมาสัมผัสประสบการณ์ใน แอนฟิลด์ ก็เนื่องจากตัวเลือกอื่นๆ ที่ทีม หงส์แดง เล็งไว้อย่าง 
  1. ราดาเมล ฟัลเกา 
  2. เอดินสัน คาวานี่ 
  3. โดยที่เอเซเกล ลาเวซซี่ ไม่ยอมย้ายมามากกว่า

หรือไม่ว่าจะเป็นเพราะ บี-ร็อด คิดถึงบรรยากาศของความสับสนอลหม่านเมื่อสมัยที่ คิง หลุยส์ ยังอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เพราะว่าถ้าหากเรายอกย้อนเวลากลับไปเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ ร็อดเจอร์ส เพิ่งจะปฏิเสธข้อมูลลือที่พัวพันกับ น้องโอ้ ไปด้วยซ้ำ




กับด้วยฟอร์มการเจอกันที่อเมริกาทีม เพื่อนชายหงส์ต่างร้อง ยี้ แต่ตอนนี้ได้มาก็ เอาน่ะ

ซึ่งอยู่ดีๆ ร็อดเจอร์ส ก็เกิดเลือกจิ้มเดิมพันการเซ็นสัญญากับ บาโลเตลลี่ ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ และนี่จะเป็นความพยายามของอีก 1 กุนซือที่มีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าจะเชี่ยวชาญเปลี่ยนกองหน้าทีมชาติอิตาลี จากน้ำเปล่าให้เป็นไวน์ชั้นเลิศได้

โดยที่หนหลังเจ้านายเก่าของ บาโล อย่าง 
  • โรแบร์โต้ มันชินี่ 
  • โชเซ่ มูรินโญ่ 
  • มักซิมิลิเอโน่ อัลเลกรี 
  • คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ
  • เซซาเร่ ปรันเดลลี่ 

ซึ่งก็คงจะเฝ้าดูรอดูความมานะบากบั่นของ ร็อดเจอร์ส ด้วยใจระทึก

ด้วยวัยถึง 24 ขวบ สำหรับร็อดเจอร์ส คงไม่สามารถอ้างว่า บาโลเตลลี่ ยังลูกเกินไปได้อีกแล้ว เช่นเดียวกับ บาโลเตลลี่ ที่ก็คงเหลือข้ออ้างในการทำผิดพลาดอยู่น้อยเต็มที

ซึ่งริชาร์ด โจลลี่ คอลัมนิสคนดังของ Goal.com หล่นความเห็นระบุใจความสั้นๆ ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งเอาไว้ว่า ระดับของ บาโลเตลลี่ ในครั้งนี้มีบางอย่างที่คล้ายๆ กับ ดาเนี่ยล สเตอรริดจ์ เมื่อเดือน มกราคม 2013 ซึ่งนั่นก็คือนี่อาจเป็นงวดสุดท้ายที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวกับสโมสรระดับ บิ๊กทีม

และทางด้านสเตอร์ริดจ์ สามารถเอาตัวรอดพิสูจน์ตัวเองมาได้จากผลงาน 1 หน้ากาลครึ่งอันแสนจะน่าประทับใจ ซึ่งบาโลเตลลี่ เองก็ไม่ต่างกัน เพราะหากเขาทำภารกิจของตัวเองในครั้งนี้ได้สำเร็จ มูลค่าทางการตลาดของพนมจะถูกดันขึ้นมาสูงลิบลิ่วขึ้นอีกครั้ง แต่ถ้าทุกอย่างจบลงด้วยความล้มเหลว สโมสรต่อไปของ บาโลเตลลี่ อาจกลายเป็นทีมอย่าง 1.ปาร์ม่า , 2.โตริโน่ , 3.นิวคาสเซิ่ล หรือ 4.เวสต์แฮม





แต่ว่าอย่างน้อย เกรียนโอ้ ก็คือจอมยิงทีม ผีแดง คนหนึงถ้าทำได้สักลูกแฟนหงส์คงยกนิ้ว เขาได้สบาย

และหากจะพูดไปถึงการเล่นให้กับทีมเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอะไรขนาดนั้น แต่เราก็ต้องยอมรับว่านั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่แฟนฟุตบอลทุกคนคาดหวังจาก เกรียนโอ้ เมื่อ 6 ปีก่อนเช่นกัน

เหมือนกับเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหม่ , และความคาดหวังครั้งใหม่ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ควรจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแปลงฉากจบของตัวเองให้เป็นรูปแบบอื่นที่ดีกว่าโลกใบเก่าของเขาบ้างเสียที

และถ้าหากเขาทำไม่สำเร็จ นอกเหนือจากที่อาชีพการค้าแข้งของเขาจะพุ่งเข้าสู่ช่วงดิ่งลงเหวอย่างเต็มตัวแบบแน่นอนแล้ว เขาก็อาจแปรสภาพกลายเป็นร่างทรงของ สแตน คอลลีมอร์ ที่คุ้นแท็คทีมกับเพื่อนๆ ชาวแก๊งตัวแสบ คอยปีนเกลียว รอย อีแวนส์ กุนซือมาดนุ่มของทีม หงส์แดง ชุด สไปซ์บอย จนพาลทำสปิริตภายในทีมพังไม่เป็นท่า

พร้อมทั้งเมื่อนั้น ลิเวอร์พูล ก็อาจกลับไปเอวังเข้าสูตรของสโมสร Keep look 
  • สวยแต่รูปจูบไม่หอม 
  • กินไม่ได้ แต่เท่ หรือ 
  • เก่งแต่ป้อ ล่_ไม่เป็น ด้วยประการฉะนี้

มาช่วยกันภาวนาเอาใจช่วย ร็อดเจอร์ส กันด้วยแล้วกันครับ

ทีมผีแดงทุบสถิติ ถลุงเงินซื้อแข้งใหม่แซงงบปี 2007



เมื่อสื่อได้แฉว่า นี่เป็นซัมเมอร์ที่ทีม แมนฯ ยูฯ ได้ลงทุนซื้อแข้งอนันต์สุดในประวัติศาสตร์สโมสรทำลายสถิติเมื่อปี 2007 ที่ดึง 1.อันแดร์สัน, 2.นานี่, 3.ฮาร์กรีฟส์ และ 4.เตเวซ มาเสริมทัพ

โดยที่สื่ออย่าง อีเอสพีเอ็น ที่เป็นสื่อกีฬาชื่อดัง ได้สรุปสถิติการจับจ่ายใช้สอยของคณะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยปรากฏออกมาว่าตัวเลข 72 ล้านปอนด์หรือ 3,960 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการลงทุนของทีม ปีศาจแดง ที่เยอะที่สุดในเหตุการณ์ในอดีต ทำลายสถิติเก่าของตัวเองที่เคยสร้างเอาไว้เมื่อปี 2007 ในยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จอมคนเลือดสกอต

ทางด้านบอร์ดบริหารของทีม ปีศาจแดง ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล ได้มีการเซ็นชื่อสัญญาคว้าตัว 
  • ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายของ เซาธ์แฮมป์ตัน มาคลุกทัพที่ค่าตัว 27 ล้านปอนด์หรือ 1,485 ล้านบาท
  • อันเดร์ เอร์ราร่า ห้องเครื่องจาก แอธเลติก บิลเบา ที่ 28.8 ล้านปอนด์หรือ 1584 ล้านบาท 

ก่อนจะมาลงเอยรายล่าสุด
  • โดยที่มาร์กอส โรโฮ ฟูลแบ็กของทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่มีค่าตัว 16 ล้านปอนด์หรือ 880 ล้านบาท 

ทำให้หัวรวมไปแตะที่ถึง 71.8 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

และสำหรับสถิติเก่าการทุ่มเงินซื้อตัวสูงสุดของทีม ปีศาจแดง นั้นต้องย้อนกลับไปในปี 2007 ที่มีการคว้าตัว 
  • อันแดร์สัน ห้องเครื่องจากทีม เอฟซี ปอร์โต้
  • หลุยส์ นานี่ ปีกจากทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน
  • โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ กองกลางจากทีมบาเยิร์น มิวนิค รวมไปถึงเซ็นยืม 
  • คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าจากทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

เบ็ดเสร็จต้องกำจัดเงินไปทั้งหมดราวๆ 62 ล้านปอนด์หรือ 3,410 ล้านบาท


คาร์ร่าก๊ากเมื่อเจอเด็กถามว่าเคยถูกซัวเรซกัดไหม + คลิป



เมื่อเด็กเยาวชนของทีม ลิเวอร์พูล คนหนึ่งถาม คาร์ราเกอร์ ว่าคุ้นชินโดน ซัวเรซ อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล กัดหรือเปล่า

ซึ่งเจมี่ คาร์ราเกอร์ พงศาวดารกองหลังของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เจอกับคำถามสุดฮาระหว่างเดินทางไปเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของทีมเยาวชน ด้วยกันแจกลายเซ็นให้กับน้องๆ ภายหลังที่มีเด็กคนหนึ่งถามเจ้าตัวว่าเคยชินโดน หลุยส์ ซัวเรซ อดีตกองหน้าเพื่อนร่วมทีมกัดบ้างหรือเปล่า

โดยที่ซัวเรซ เคยก่อคดีกัดนักเตะทีมคู่แข่งมาแล้วถึง 3 ครั้ง จนทำให้เด็กคนหนึ่งสงสัยในเรื่องนี้และถามกับ คาร์ราเกอร์ ว่า คุณเคยโดน หลุยส์ ซัวเรซ กัดไหม ซึ่งเรียกความเห็นหัวเราะจากอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ แต่เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป






ทีมผีแดงลุ้นหนัก ให้ดิมาเรียขอย้ายจากชุดขาว


ซึ่งในการนี้ทีม ปีศาจแดง ได้มีลุ้น หลีงอันเชล็อตติ กุนซือทีม ราชันชุดขาว เผยเอง ดิ มาเรีย ขอยักย้ายถ่ายเททีมแล้วโดยบอกปัดสัญญาฉบับใหม่

ซึ่งคาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์คนเก่งของทีม ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด มหาอำนาจแห่งศึกลา ลีกา สเปน ออกมายอมรับแล้วว่า อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ต้องการย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์เนาเบว ภายในซัมเมอร์นี้ ภายหลังปฎิเสธที่จะจรดปากกาขยายสัญญาฉบับใหม่

โดยดิ มาเรีย วัย 26 ปี ตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับการย้ายไปอยู่กับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยในช่วงเปิดซีซั่นใหม่เขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ เรอัล มาดริด ภายหลังจากการย้ายเข้ามาของ 2 นักเตะชื่อดังอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ชาวโคลอมเบีย และ โทนี่ โครส มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน

หลังจากที่อันเชล็อตติ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ดิ มาเรีย ขอที่จะย้ายทีม และปฏิเสธรับข้อเสนอเป็นสัญญาใหม่จากสโมสร เราพยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่หากเขาไม่อาจหาบทสรุปเกี่ยวกับอนาคตของเขาได้ เขาก็เก่งอยู่กับทีมต่อไปได้ และเล่นให้กับทีม มันไม่ใช่ปัญหา

ในขณะเดียวกันที่ กุนซือชาวอิตาเลียน ได้ให้สัมภาษณ์เชื่อมโยงกับสถานการณ์ของ ซามี่ เคห์ดิร่า มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ที่มีข่าวกับ 1.ทีมบาเยิร์น มิวนิค, 2.ทีมเชลซี และ 3.ทีมอาร์เซนอล ว่า สถานการณ์ของ เคห์ดิร่า ต่างจาก ดิ มาเรีย เขาเหลือสัญญาอีก 1 ปี ด้วยกันเพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บหนัก เราจะรอดูกันต่อไป แต่เขายังไม่ได้ขอขึ้นสมุดบัญชีย้ายทีมนะ



ครั้นเวนเกอร์ลั่นว่าไม่เสียใจเลยที่เชสซบทีมสิงห์บลูส์



โดยที่เวนเกอร์ ลั่นว่าไม่เสียใจเลยที่ เชส เมินกลับรังปืน แถมยังโผซบ หมู่สิงห์บลูส์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ซึ่งอาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมของ อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งเวทีโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกปวดใจแต่อย่างใดที่ เชส ฟาเบรกาส อดีตมิดฟิลด์กัปตันเลือกย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับสโมสรอริร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่่ผ่านมา พร้อมสรรพกับยกยอปอปั้น อารอน แรมซี่ย์ กองกลางทีมชาติเวลส์ว่าแข้งรายนี้เป็นผู้ที่ทำให้เหล่ากอทีม เดอะ กันเนอร์ส ลืมกองกลางทีมชาติไปแล้วในเวลานี้

กับนายใหญ่ชาวฝรั่งเศส ได้กล่าวถึงการพลาดคว้าตัวศิษย์เก่ารายนี้กลับมารียูเนี่ยนกันในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อีกครั้งว่า ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยที่ เชส ฟาเบรกาส ยักไปอยู่กับ เชลซี สิ่งเดียวที่ผมเสียใจก็คือการมองข้ามตัวเลือกแรกอย่าง อาร์เซน่อล ส่วน อารอน แรมซี่ย์ มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจาก เชส แต่เขาเป็นผู้ที่มีศักยภาพรอบด้าน

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก็บข่าวคราวฟุตบอลในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมาช่วงวันที่ 11 - 20 สิงหาคม 57 ห้ามเผลอผิดโดยเด็ดขาด


ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์ พบ เชลซี


  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 
  • วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 
  • เบิร์นลี่ย์ - เชลซี
  • สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
  • เวลา : 02.00 นาฬิกา 
  • ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์
  • ถ่ายทอดสด : CTH สเตเดี้ยม 4 
ดูสดที่นี่ >> http://footballclubpza.blogspot.com/



ทีมเบิร์นลี่ย์

ครั้นเมื่อฌอน ไดซ์ กุนซือของทัพทีม เจ้าตูบ ต้องนำลูกทีมลงพบกับศึกหนัก ตั้งแต่นัดแรกในการกลับมาโลดแล่นบนเวที พรีเมียร์ลีก อีกครั้งนึง เมื่อต้องพบกับ เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่จากเมืองหลวง

แต่ทำนองก็ตามพวกเขาก็ทำผลงานได้ไม่เลวในการอุ่นเครื่อง ก่อนเปิดฤดูกาล ด้วยผลงาน ลงแข่ง 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 นอกจากนี้ยังยิงประตูได้ทุกนัดอีกด้วย

ทางด้านภาวะความพร้อมของทีมนั้น แซม โวคส์ คือนักเตะรายเดียวที่ ไดซ์ จะหมดสิทธิ์ใช้งานในเกมเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม สิงโตน้ำเงินคราม เนื่องจากยังคงมีท่าเจ็บบริเวณหัวเข่ารบกวนอยู่นั่นเอง

ในส่วนผู้เล่นรายอื่นๆ นั้นฟิตพร้อมลงสนามทั้งหมด โดยในเกมนี้ แม็ทธิว เทย์เลอร์ และ ลูคัส จัตคีวิซส์ 2 แข้งใหม่ที่เพิ่งจะเซ็นเข้ามาร่วมทัพ ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีสนับสนุนลงเล่นเป็นตัวจริงอีกด้วย

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

  1. ทอม ฮีตัน 
  2. เบ็น มี
  3. เจสัน แช็คเคลล์
  4. ไมเคิ่ล ดัฟฟ์
  5. คีแรน ทริปปิเยร์
  6. ดีน มานี่ย์
  7. แม็ธธิว เทย์เลอร์
  8. สก็อตต์ อาร์ฟิลด์
  9. แดนนี่ อิ้งส์
  10. ไมเคิ่ล ไคท์ลีย์
  11. ลูคัส จัตคีวิซส์



ทีมเชลซี

ทีมเชลซี ซึ่งทรงไว้ภายใต้การคุมฝ่ายของกุนซือจอมอหังการอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำผลงานในการอุ่นเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะมีการทดลองระบบ และตัวผู้เล่นใหม่ๆ มากมาย แต่ก็ยังสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 6 นัด จาก 8 เกม ที่ลงสนาม โดยซัดไปถึง 18 ลูก และเสียไป 9 ประตูด้วยกัน

ทางด้านของสภาพความพร้อมของทีม  เชลซี แทบจะไม่พบปัญหาในการจัดตัวผู้เล่นลงสนามในเกมนัดนี้เลย จะแยกออกก็แค่ รามิเรส กองกลางชาวบราซิลเลี่ยนรายเดียวที่ติดโทษแบนอยู่

ในส่วนของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ได้รับบาดเจ็บในเกมอุ่นเครื่อง ก็น่าจะฟิตกลับมาทันออกสตาร์ทบนม้านั่งสำรองได้ โดยจุดที่น่าสนใจที่สุดในการจัดทัพของ ทีมสิงห์บลูส์ น่าจะเป็นการแย่งตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ระหว่าง 1.ปีเตอร์ เช็ก กับ 2.ติโบต์ กูร์กตัวส์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น กูร์กตัวส์ มากกว่าที่จะได้รับยามในเกมนัดนี้

รายชื่อ11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 
  1. ติโบต์ กูร์กตัวส์ 
  2. บรานิสลาฟ อิวาโนวิช
  3. แกรี่ เคฮิลล์
  4. จอห์น เทอร์รี่
  5. ฟิลิปเป้ หลุยส์
  6. เชส ฟาเบรกาส
  7. เนมานย่า มาติช
  8. ออสการ์,
  9. วิลเลี่ยน
  10. เอเเด็น อาซาร์
  11. ดิเอโก้ คอสต้า 

โดยสถิติที่น่าสนใจมีดังนี้

1.ทั้งคู่เคยพบกันมา 67 ครั้งก่อนหน้านี้ ไม่น่าลงบัญชีว่าเป็นฝั่งเบิร์นลี่ย์ ที่ทำได้ดีกว่า ชนะไปได้ 33 นัด เสมอกัน 13 นัด และแพ้ไป 21 เกม

2.โดยหากนับกันเฉพาะเกมที่เล่นในรังของ เจ้าตูบ 33 นัด เจ้าบ้านเอาชนะได้ถึง 18 เกม และแพ้เพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น

3.อย่างไรก็ตาม 5 นัดหลังสุดบนเวทีลีกสูงสุดแดนผู้ดี เชลซี ชนะได้ถึง 4 เกม และเสมอ 1

4.ครั้งล่าสุดที่ทั้ง 2 ทีมพบกัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2009/2010 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เบิร์นลี่ย์ อยู่ในลีกสูงสุด เกมนั้นเชลซี บุกมาเอาชนะไปได้ 1-2 ประตู

5.หากย้อนกลับไปในฤดูกาลที่ผ่านมา 15 เกมหลังสุดในบ้านตัวเอง เบิร์นลี่ย์ เอาชนะคู่แข่งได้ถึง 11 เกม และแพ้กับเสมอ อย่างละ 2 เกมด้วยกัน แต่นั่นก็เป็นเกมในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

6. ทีมสิงห์บลูส์ เองก็ไม่น้อยหน้า 15 เกมเยือนหลังสุดในพรีเมียร์ลีก พวกเขาชนะได้ 9 นัด เสมอ 2 แพ้ 4

7.แถม 3 นัดล่าสุดนอกบ้านของ เชลซี ชนะรวด โดยเป็นการชนะ สวอนซี ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

8.ดาวซัลโวสูงสุดของ เชลซี ในฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ใช่นักเตะในตำแหน่งกองหน้า แต่เป็นกองกลางอย่าง เอแด็น อาซาร์ โดยซัดไป 14 ประตูด้วยกัน

9.หาก ติโบต์ กูร์กตัวส์ ได้ลงเล่นเป็นผู้รักษาประตูตัวจริง จะเป็นการลงเล่นแมตซ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกกับ เชลซี หลังจากย้ายมาอยู่กับทีมตั้งแต่ปี 2011

10.อายุเฉลี่ยของผู้เล่นเบิร์นลี่ย์ ชุดนี้อยู่ที่ 26.6 ปี ส่วน ทีมสิงโตน้ำเงินคราม อยู่ที่ 26 ปี




ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทีมนิวคาสเซิ่ล - ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้



  • ปรีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม
  • นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด - แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค
  • เวลา : 22.30 น.

ทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด



ทีม สาลิกาดง ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทีมของ อลัน พาร์ดิว เพรงจะเปิดซีซั่นใหม่ พาทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด 8 นัด ต้องบอกว่าผลงานใช้ได้มากเลยทีเดียว โดยชนะไปถึง 5 นัด ที่เหลือแบ่งเป็นเสมอ 1 นัด และ แพ้ 2 นัด

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ นิวคาสเซิ่ล จะทำผลงานดีช่วงปรีซีซั่น แต่ถึงกระนั้นแมตช์เปิดฤดูกาล 4 ครั้งหลังสุด พวกเขาชนะได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ที่เหลือเสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด แถมวันนี้ยังต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เรือใบสีฟ้า อีกด้วย ดูแล้วขอเพียง 1 คะแนน น่าจะเป็นที่พอใจ

ในส่วนสภาพความพร้อมของทีม นิวคาสเซิ่ล ค่อนข้างจะมีปัญหาพอสมควร เพราะจะขาด 1.เซียม เดอ ยอง นักเตะตัวใหม่ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง 2.ชีค ติโอเต้, 3.ดาวิเด้ ซานตอน และ 4.ปาปิสส์ ซิสเซ่ ที่มีปัญหาเดี้ยงทั้งหมด

ซึ่งนั่นก็ยังโชคดีที่นักเตะรายใหม่ ที่ พาร์ดิว เซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีม จะพร้อมลงสนามทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น 1.ดาริล ยานมัต, 2.เรมี่ กาเบลล่า, 3.เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ และ 4.แจ็ค โคลแบ็ค ผสมกับนักเตะคนสำคัญของทีมอย่าง 5.มุสซ่า ซิสโซโก้, 6.ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมนิวคาสเซิ่ล  
  1. ทิม ครูล 
  2. ดาริล ยานมัต
  3. ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่
  4. ไมค์ วิลเลียมสัน
  5. มัสซาดิโอ ไอดาร่า 
  6. แจ็ค โคลแบ็ค
  7. ฟูร์น่อน อนิต้า
  8. มุสซ่า ซิสโซโก้
  9. เรมี่ กาเบลล่า 
  10. เอ็มมานูเอล ริวิแยร์
  11. ฟาคุนโด้ แฟร์เรย์ร่า


ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้


ทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ทำผลงานในช่วงปรีซีซั่น พอใช้ได้ โดยลงลับแข้งไป 7 นัด ชนะ 4 แพ้ 3 แพ้การดวลจุดโทษ 2 นัด ก่อนนัดล่าสุดจะมาพ่ายต่อ อาร์เซน่อล แบบย่อยยับ 0-3 ในศึก คอมมูนิตี้ ชิลด์

ซึ่งเกมนี้ทีม เรือใบสีฟ้า จำเป็นจะต้องเรียกขวัญและกำลังใจกลับมาให้ได้ เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา เมื่อพบกับ นิวคาสเซิ่ล ต้องบอกว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าชัดเจน เพราะ 16 นัด รวมทุกรายการ ไม่เคยพ่ายให้กับทีม สาลิกาดง เลยแม้แต่นัดเดียว

ทางด้านสภาพความพร้อมของทีม จะยังไม่มี อัลบาโร่ เนเกรโด้ อยู่เหมือนเดิม แต่ดูแล้วไม่น่าจะส่งผลอะไรมากนัก เพราะยังมีทั้ง 1.เอดิน เชโก้ และ 2.สเตฟาน โยเวติช ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงปรีซีซั่น รวมทั้งข่าวดีสุดๆ เมื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ สลัดอาการบาดเจ็บเรียบร้อย ต้องรอเช็กความฟิต แต่ดูแล้วน่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

ในส่วน เอเลียควิม ม็องกาล่า ก็น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพราะยังไม่ฟิตเต็มสูบ ขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู เชื่อว่า โจ ฮาร์ท จะได้ออกสตาร์ทลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริง ด้านแผงมิดฟิลด์ ไม่ต้องพูดถึงหนั่นเปรี๊ยะ มีทั้ง 1.ยาย่า ตูเร่, 2.ดาบิด ซิลบา และ 3.ซามีร์ นาสรี่

รายชื่อ 11 ผู้ล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมแมนฯ ซิตี้ 
  1. โจ ฮาร์ท 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แว็งซ็องต์ ก็องปานี
  4. มาติย่า นาสตาซิช
  5. อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ 
  6. แฟร์นานโด
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. ดาบิด ซิลบา
  9. ซามีร์ นาสรี่ 
  10. สเตฟาน โยเวติช
  11. เอดิน เชโก้

มาดูสถิติที่น่าสนใจกันหน่อย


1.ทั้งคู่พบกันมาแล้วทั้งหมด 133 ครั้ง สถิติค่อนข้างสูสี โดย นิวคาสเซิ่ล ชนะไป 51 นัด ส่วน แมนฯ ซิตี้ ชนะ 50 นัด และเสมอกันอีก 32 นัด


2.แต่หากนับแค่การเจอกันในถิ่น เดอะ แม็กพายส์ ทั้งหมด 67 นัด เป็น สาลิกาดง ชนะไปถึง 39 นัด เสมอ 13 นัด และแพ้เพียง 15 นัด

3.อย่างไรก็ตาม 15 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้า ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อ สาลิกาดง เลยแม้แต่นัดเดียว โดยชนะไปถึง 13 นัด และเสมอ 2 นัด

4.และ 9 นัดหลังสุดที่ทั้งคู่พบกันในลีก ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือน เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ชนะรวดทั้ง 9 นัด

5.3 จาก 4 ฤดูกาล หลังสุด นิวคาสเซิ่ล ไม่สามารถทำประตูได้เลยในแมตช์เปิดซีซั่นใหม่ เมื่อต้องพบกับทีมบิ๊กโฟร์

6.ระหว่างที่ที่ แมนฯ ซิตี้ ไม่แพ้ในเกมนัดแรกของลีก มาแล้วนับตั้งแต่ซีซั่น 2009 โดยชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัด

7.โดยครั้งสุดท้ายที่ เรือใบสีฟ้า แพ้แมตช์ประเดิมเกมลีกซีซั่นใหม่ คือพ่ายต่อ แอสตัน วิลล่า 2-4 ฤดูกาล 2008

8. 8 นัดหลังสุดของ สาลิกาดง ในลีก ถือว่าย่ำแย่ หลังชนะได้แค่ 1 นัด และแพ้ 7 นัด









เมื่อฟาน กัล ส่อจะโหละ สามแข้ง ให้พ้นทีม



เมื่อหลุยส์ ฟาน กัล จัดหนักส่อที่จะตัด 1.นานี่, 2.แอนเดอร์สัน และ 3.วิลฟรีด ซาฮา ออกจากทีมชุดใหญ่ของทีม ผีแดง แมนฯยู แต่แดนนี่ เวลเบ๊กคาดได้อยู่ร่วมทีมต่อไป

โดยที่กุนซือวัย 60 เตรียมปฎิบัติการโละ 
  1. นานี่ ปีกทีมชาติโปรตุเกส
  2. แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์แซมบ้า 
  3. วิลฟรีด ซาฮา ปีกดาวรุ่งชาวอังกฤษ 

และทั้ง 3 คน จะไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ของสโมสร โดยก่อนเกมที่ แมนฯยู จะลงเล่นกับสวอนซี ในการเล่นนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ฟาน กัล สั่งให้นักเตะชุดใหญ่มาซ้อมที่สนามซ้อมคาร์ริงตั้นในเวลา 16.00 นาฬิกา 

แต่สำหรับ 1.นานี่, 2.แอนเดอร์สัน และ 3.ซาฮา ถูกสั่งให้มาสนามซ้อมในเวลา 17.30 นาฬิกาแทน ไม่ได้อยู่ฟังแผนการลงเล่นในเกมกับสวอนซี และในเกมนัดเปิดบ้านพ่ายสวอนซี ก็มีเพียงนานี่ ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรอง 

ทำให้คาดการณ์ได้ว่าทั้ง 3 คนจะถูกขายออกจากทีมก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลง ในขณะที่ แดนนี่ เวลเบ๊ก กองหน้าทีมชาติอังกฤษของทีม ผีแดง ที่ตกเป็นข่าวว่าสตีฟ บรู๊ซ กุนซือฮัลล์ ซิตี้ อยากได้ตัวไปร่วมทีม คาดว่าจะได้อยู่ร่วมทีมต่อไป แม้ว่าอาจจะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอก็ตาม




เมื่อโมเรโน่ยาหอมยกหงส์เจ๋งที่สุดในลีกผู้ดี



เมื่อ โมเรโน่ รู้งาน ที่จะต้องกล่าวยกย่องทีม หงส์แดง ต้นสังกัดใหม่เป็นยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษพร้อมเผยปรึกษา 1.เรน่า, 2.อลอนโซ่ และ 3.อาร์เบลัว ก่อนย้ายทีม

โดยที่อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็กซ้ายบ้ายแดงของสโมสรลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงชมต้นสังกัดใหม่ ด้วยการยกให้ทัพทีม หงส์แดง เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศอังกฤษ และตนเองก็มีความสุขมากที่ได้ย้ายมายังถิ่นแอนด์ฟิล พร้อมลั่นจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสโมสรใหม่

หลังจากที่แบ็กซ้ายวัย 22 ปี ได้กลายมาเป็นสมาชิกรายล่าสุดของทัพทีม หงส์แดง หลังจากที่เซบีย่า ตอบรับข้อเสนอ 12 ล้านปอนด์หรือ 660 ล้านบาท ที่ทีมลิเวอร์พูล ได้ยื่นเข้าไปให้พิจาราณา โดยเจ้าตัวก็ไม่รอช้า รีบหยอดใส่ต้นสังกัดใหม่ทันทีโดยระบุว่า ในมุมมองของผมทีม ลิเวอร์พูล คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอังกฤษ และผมก็ไม่อยากเสียโอกาสในการย้ายเล่นที่นี่

เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผมได้คุยกับ 1.ซาบี อลอนโซ่, 2.โฆเซ่ เรน่า และ 3.อัลบาโร่ อาร์เบลัว โดยที่ทั้ง 3 คนเป็นอดีตผู้เล่นของลิเวอร์พูล ซึ่งพวกเขาต่างบอกกัผมว่าสโมสรนี้มีแฟนบอลที่ยอดเยี่ยม และพวกเขาก็ยังบอกกับผมอีกด้วยว่า ผมจะสามารถเติบโตขึ้นมากที่สโมสรแห่งนี้ ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้ย้ายมาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างลิเวอร์พูล ผมจะทุ่มเทสุดความสามารถ และพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้กับทีม




หลังจากที่มอยส์โอดว่าผีให้เวลาน้อยเกิน




เมื่อมอยส์ โอด ไม่ได้รับเวลามากพอในการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเชื่อว่า เขาคือคนที่ใช่สำหรับแคมป์ทีม ปีศาจแดง หากไม่โดนปลดซะก่อน

หลังจากที่เดวิด มอยส์ อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อ ตัวเขาสมควรได้รับโอกาสคุมทีม ปีศาจแดง ให้นานกว่านี้ หลังจากโดนปลดจากตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังคุมทีมไปได้แค่ 10 เดือน ทั้งๆ ที่เซ็นสัญญากันยาวถึง 6 ปี ก็ตาม

เมื่อมอยส์ นั้นเข้ามาคุมโปรแกรมบอลทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ต่อจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตแลนด์ที่วางมือไป โดยเขาทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ด้วยการทำทีมจบอันดับที่ 7 และโดนสั่งปลดออกจากตำแหน่งในที่สุด

โดยที่มอยส์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อผมลองมองย้อนกลับไป ผมได้มีโอกาสทำงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่นั่นคืองานที่ใช่สำหรับผม ผมเคยอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน มานานกว่า 11 ปี เราสามารถทำอันดับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ได้เข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ และผมได้รับการโหวตให้เป็นผู้จัดการยอดเยี่ยม 3 สมัย ผมคือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และยูไนเต็ด เอง ก็มีแต่ผู้จัดการทีมที่มาจากเกาะอังกฤษ

เขากล่าว ว่าผมเสียใจที่ ต้องเสียงานนั้นไป เพราะผมรู้สึกว่า ผมสามารถทำทีมประสบความสำเร็จได้ เรารู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เรากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่ในที่สุดแล้ว ผมไม่คิดว่าตัวเองได้รับเวลามากเพียงพอ ที่จะที่จะทำทีมประสบความสำเร็จ หรือจะตัดสินว่าผมล้มเหลว

และนอกจากนี้ มอยส์ ยังได้เผยว่า เมื่อสมัยเขาคุมทีมนั้น ได้เล็งที่จะคว้าตัวซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเข้าสู่ทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้, 2.แกเรธ เบล หรือจะเป็น 3.เชส ฟาเบรกาส ก่อนที่จะพลาดไปทั้งหมด ซึ่งมีมีข่าวลงว่าเราต้องการ 1.ฟาเบรกาส, 2.เบล และ 3.โรนัลโด้ เป็นเรื่องจริงที่เราได้มีการคุยเรื่อง โรนัลโด้ ตั้งแต่ผมเข้ามา เราเกือบจะเซ็นสัญญานักเตะชื่อดังมาได้ แต่ก็พลาดไป อย่างไรก็ตามผมมิได้คนที่ควรโดนตำหนิเกี่ยวกับเรื่องนี้


วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก็บตกข่าวฟุตบอลส่วนหลังทีมหงส์แดงบุกไปตัดปราบทีมนักบุญพร้อมทั้งทีมเรือใบบุกตัดสาลิกาคาบ้าน 2-0


ประเดิมได้ดีหลังหงส์แงะรังเฉือนนักบุญ 2-1




  • ฟุตบอล : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557
  • ลิเวอร์พูล 2 - 1 เซาธ์แฮมป์ตัน
  • สนาม : แอนฟิลด์
  • ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก
ในศึกฟุตบอลโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 เป็นนิตย์วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม นักบุญ เซาธ์แฮมป์ตัน

เริ่มเกมมาในครึ่งแรก

หลังจากผ่านไป 5 นาที ลิเวอร์พูล ครอบครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้

นาทีที่ 7  เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นก่อน จากโอกาสอันควรลองสับไกครั้งแรกของ สเตอร์ริดจ์ แต่ลูกเหินข้ามคานออกไปเยอะ

นาทีที่ 13 โดยมายะ โยชิดะ ผู้เล่นเซาธ์แฮมป์ตันไปเกี่ยวขา แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ล้มบริเวณเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเฉยทำให้ทีม นักบุญ รอดเสียฟรีคิกระยะหวังผล



นาทีที่ 23 เมื่อแฟนเจ้าบ้านก็ได้เฮ เมื่อมาได้ทางเข้าออกออกนำ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แย่งชิงบอลได้กลางสนาม แล้วโยนให้ ราฮีม สเตอร์ลิง สปีดไปรับบอลก่อนแปเล่นทางผ่านมือ ฟอสเตอร์ เข้าไป ทำให้ลิเวอร์พูล ออกนำ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0

นาทีที่ 34 ทีมลิเวอร์พูล มาวางวายฟรีคิกด้านซ้าย เจมส์ วอร์ด-เพราส์ แข้งนักบุญเปิดเข้าไปหน้าประตู แต่บอลจะเสียบสามเหลี่ยมเสาไกล ทำให้ ซิมง มินโญเลต์ ต้องออกแรงกระโดดปัดทิ้งออกไปได้อย่างหวุดหวิด


เข้ามาสู่ช่วงทดเวลา เซาธ์แฮมป์ตัน มีโอกาสลุ้นอีกจาก มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ได้ซัดนอกกรอบบอลพุ่งตรงประตู แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังเหนี่ยวกระโดดปัดบอลข้ามคานออกไปได้อีกครั้ง

โดยเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังนำ เซาธ์แฮมป์ตัน อยู่ 1-0

เริ่มเกมมาในครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 ทีมลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้น เมื่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จ่ายบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ลองส่องยิงไกลบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว



นาทีที่ 55 แฟนทีมนักบุญ ก็ได้เฮบ้าง เมื่อ เนธาเนียล ไคล์น ได้บอลด้านกราบขวา ก่อนจ่ายสั้นให้ ดูซาน ทาดิช ตอกลูกส้นคืนให้ ไคล์น วิ่งไปรับในเขตโทษยิงยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 63 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่2 จากจังหวะที่ ดูซาน ทาดิช ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ สตีเว่น เดวิส ได้แปคนเดียวโล่งๆ แต่ยิงได้ไม่แรงพอ ทำให้ มิโญเล่ต์ ล้มตัวเซฟไว้ได้พลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย




นาทีที่ 79 ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้ง เป็น 2-1 จากจังหวะเคลียร์บอลไม่ขาดของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จะโหม่งตั้งมาหน้าประตูให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สะกิดลูกบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปง่ายๆ

นาทีที่ 88 ทีมเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน พลาดโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ได้ซัดเต็มๆในเขตโทษ แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังปัดได้ปลายมือบอลชนคานกระดอนออกมาเข้าทาง เชน ลอง ยืนโขกคนเดียวเหน่งๆหลุดกรอบออกไปอย่างไม่น่าให้อภัย

เข้าสู่ช่วงทดเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มเติมกันไม่ได้ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล ถลกบ้านนัดแรกของฤดูกาลเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแบบสุดมันส์ 2-1

นี่คือรายชื่อ11คนแรกของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : 

  1. ซิมง มินโญเลต์
  2. ฆาเบียร์ มานกีโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน
  6. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
  7. ลูคัส เลว่า
  8. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
  9. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
  10. ราฮีม สเตอร์ลิง
  11. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : 
  1. เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์
  2. เนธาเนียล ไคล์น
  3. โชเซ่ ฟอนเต้
  4. มายะ โยชิดะ
  5. ไรอัน เบอร์ทรานด์
  6. วิคเตอร์ วานยาม่า
  7. มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน
  8. ดูซาน ทาดิช
  9. เจมส์ วอร์ด-เพราส์
  10. สตีเว่น เดวิส
  11. กราเซียโน่ เปลเล่


เมื่อ ริดจ์ช่วยหงส์เฉือนชนะนักบุญ




โปรแกรมบอลสำหรับ ริดจ์ คงจะเป็นปลื้มไม่น้อย หลังสอยประตูชัยให้ทีม หงส์แดง เฉือนชนะทีม นักบุญ เชื่อทีมขยายขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ไร้เงา เหยิน ที่ย้ายออกไป ชมว่า ลิ่ง ผลงานดี หลังช่วยยิงอีกเม็ด

โดยที่แดเนี่ยล สเตอริดจ์ กองหน้าผู้ยิงประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 ในเกมลีกเมื่อคืนวันอาทิตย์ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภูมิใจกับผลงานของตัวเอง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าทัพ หงส์แดง แข็งแกร่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้จะไม่มีหนหลังกองหน้าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่เลือกย้ายไปซบอกทีม บาร์เซโลน่าทีมใหญ่ในลีก ลา ลีกา สเปน ในช่วงก่อนนี้ก็ตามที

ซึ่ง ริดจ์ ได้กล่าวหลังจบเกมเฉือนหวิวทีม นักบุญ ว่า ผมดีใจที่ยิงประตูนี้ได้ในวันนี้ ทั้งที่เราไม่มี (หลุยส์) ซัวเรซ ที่เขายิงให้เราถึง 30 ประตูเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม และเพื่อนร่วมทีมคนอื่น มันคือการก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แสดงให้เห็นในวันนี้ เขาเยือกเย็นและยิงประตูได้

โดยที่ดาวยิงเลือดผู้ดีกล่าวต่ออีกว่า ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล พัฒนาขึ้นกว่าฤดูกาลก่อน การเสริมนักเตะเข้ามามากมายของผู้จัดการ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคารพ หลุยส์ แต่เราต้องก้าวต่อไปในเวลานี้ เราแสดงให้เห็นว่าเราชนะในเกมนี้ได้ เรายิงประตูได้ และเราเล่นเกมรับได้ดี เราจะมีผลงานที่ดีในฤดูกาลนี้

ซึ่ง ผลการแข่งขันในเกมดังกล่าวทำให้ทีม หงส์แดง ขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงร่วมกับ อาร์เซน่อล และ สวอนซี ซิตี้ ที่ชนะด้วยผลการแข่งขัน 2-1 เช่นกันในสัปดาห์แรกของฤดูกาล 2014-15 ขณะที่ นักบุญ เปิดฤดูยามด้วยการรั้งอันดับ 16 ของฤดูกาล




หมูรูนรับเซ็ง หลังพ่ายประเดิมสวมปลอกแขนกัปตันผี


เมื่อ รูน ออกมายอมรับว่า ภูมิใจได้ลงทำหน้าที่กัปตันทีมอย่างเป็นทางการ แต่สุดเซ็งทีม ปีศาจแดง ประเดิมแย่ พ่าย หงส์ขาว คารัง 1-2

ซึ่งเวย์น รูนี่ย์ ที่เป็นหัวหอกตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียรืลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ลงทำหน้าที่กัปตันทีมของทัพ ปีศาจแดง ในเกมนัดเปิดสนามศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ต้นสังกัดของเขาพลิกล็อกพ่ายให้กับทีม สวอนซี ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีกไป 1-2 แต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง และตนก็คงจะไม่ย้อนกลับมามองเกมในนัดนี้อีก

หลังจากที่กองหน้าวัย 28 ปี เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งจาก หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมคนอีกครั้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ของ เนมันย่า วิดิช กัปตันทีมคนเก่า และปาทริช เอวร่า รองกัปตันทีม ที่ย้ายออกจากทีมไปแล้วทั้งคู่หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่ได้ลงเล่นนัดแรกตั้งแต่ และได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ รูนี่ย์ ประเดิมได้ไม่สวยนัก แม้ว่าเจ้าตัวจะสามารถทำประตูได้ก็ตาม แต่ทีม ปีศาจแดง ก็ยังแพ้ต่อทัพ หงส์ขาว ไปคาบ้าน 2-1 ซึ่งหัวหอกดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ได้ยอมรับว่าเขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการประเดิมบทบาทใหม่ของเขาในเกมนี้

โดยเขากล่าวว่า มันเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นกัปตันทีม แต่มันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง มันจะไม่ใช่สิ่งที่ผมมองย้อนกลับไป และมีคดีทรงจำที่ดีกับมัน เพราะคุณต้องอยากจะเป็นผู้ชนะเสมอ มันเป็นช่วงเวลาที่ดี แต่ผมผิดหวังจริงๆ ที่เราแพ้ในเกมนี้ รูนี่ย์ กล่าว




เรือใบบุกเชือดสาลิกา2-0 ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราว



  • ฟุตบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557
  • นิวคาสเซิ่ล 0 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค
  • ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

โดยในการแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เจ้าบ้านทีม สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม ตูกใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

เมื่อเริ่มเกมมาได้ 3 นาที ทีมแชมป์เก่าเกือบได้โอกาสออกนำไปก่อน เมื่อ สเตฟาน โยเวติช ส่งบอลไปให้ เอดิน เชโก้ ได้กาลซัดจ่อๆ ในเขตโทษ แต่ ทิม ครูล ยังไวจัดการป้องกันลูกยิงไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ในนาทีที่ 16 นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสบ้าง เรมี่ กาแบลล่า รับบอลมาจาก มุสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนตัดสินใจซัดโด่งจากนอกกรอบ โดยที่ โจ ฮาร์ท ออกมาจากหน้าปากประตูไปแล้ว แต่โชคไม่ดีฟุตบอลลอยโด่งข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้นเล็กๆ



ซึ่งนาทีที่ 38 แฟนๆทีม เรือใบสีฟ้า ก็มาได้เฮเสียที เมื่อ ยาย่า ตูเร่ เปิดไกลจากแดนตัวเอง บอลไปทาง เอดิน เชโก้ วิ่งเข้าไปรับในเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจตอกส้นกลับมาให้ ดาบิด ซิลบา ที่สอดเข้ามาตรงกลางจัดการแปลอดขา ทิม ครูล เข้าประตูไป แชมป์เก่าขึ้นก่อน 1-0

ในช่วงท้ายครึ่งแรกยังเป็นทางเจ้าถิ่นที่มีโอกาสบวกประตูเพิ่มแต่ทำไม่ได้ หมดเวลาเป็นทางฝั่งทีม เรือใบสีฟ้า นำก่อน 1-0

หลังจากกลับมาช่วงครึ่งหลังในนาทีที่ 54 มาร์ติน เดมิเคลิส โดนใบเหลืองไปสอยเข้าที่เท้าของ เรมี่ กาแบลล่า หลังจากนั้นอีกสองนาทีต่อมา อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ก็ต้องมาโดนเพิ่มไปอีกคน หลังเจ้าตัวพุ่งเข้ามาสไลด์ใส่ เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ จนล้มที่ริมเส้น

มาถึงในนาทีที่ 63 ทีมนิวคาสเซิ่ล เปลี่ยนตัวคนแรก ถอด วูน่อน อานิต้า ออกไป แล้วให้ กาเบรี่ยล โอแบ็กตอง ลงสนามหญ้ามาช่วยเกมรุกของทีมให้มีความหลากหลายมากขึ้น

นาทีที่ 65 ทีมเรือใบสีฟ้า เกือบได้บวกประตูเพิ่ม เมื่อ สเตฟาน โยเวติช รับบอลจากเพื่อนที่จ่ายมาให้ ก่อนจะครอสไปหา เชโก้ ได้โหนขึ้นไปโขกตรงกลางเขตโทษ แต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปเสียก่อน

นาทีที่ 72 ฝั่งทีมเยือนเปลี่ยนตัวสำรองบ้าง ส่ง แฟร์นันดินโญ่ ลงสนามมาเป็นคนแรก โดยถอดเอา สเตฟาน โยเวติช ออกไป ถัดมาอีกสองนาที เจ้าถิ่นถอด โยอัน กุฟฟรองค์ ออกไปพัก แล้วเปลี่ยนเอา โรลันโด้ อารอน ดาวรุ่งของทีมลงสนามเป็นคนที่สอง

โดยในนาทีที่ 75 เมื่อแว็งซ็องต์ ก็องปานี โดนใบเหลืองไปเช่นกัน หลังเจตนาดับเครื่องชนใส่ แจ็ค โคลเบ็ค ที่พยายามจะลุยเข้าไปในเขตโทษ

นาทีที่ 78 ทีมเรือใบสีฟ้า ส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามมาเพิ่ม โดยเปลี่ยนเอา ซามีร์ นาสรี่ ออกไปจากสนาม

ในนาทีที่ 83 ซึ่งทีมเยือนได้เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายถอด เชโก้ ออกไปพัก แล้วให้ เซร์จิโอ อเกวโร่ ดาวยิงตัวเก่งของทีมลงสนามมาแทน ขณะที่เจ้าถิ่นเปลี่ยนคนสุดท้ายเช่นกัน ส่ง อโยเซ่ เปเรซ ลงสนามมาแทน เอ็มมานูเอล ริวิแยร์

แต่แล้วเพียงแค่นาทีเดียวที่ อโยเซ่ เปเรซ ที่เพิ่งเปลี่ยนลงมาก็เกือบจะทำให้ทีมได้เฮ เมื่อเจ้าตัวได้โอกาสปั่นทางเสาไกลแฉลบไปโดนแนวรับของทีมเยือน บอลผ่านมือ โจ ฮาร์ท แต่โชคไม่ดีลูกลอยเฉี่ยวเสาออกไปแบบหวาดเสียว

จนมาถึงในนาทีที่ 88 แฟร์นันโด ได้โดนเหลืองไปเช่นกัน โทษฐานเจตนาเหนี่ยวใส่ มุสซ่า ซิสโซโก้ เพื่อไม่ให้เจ้าตัวได้เล่นแบบถนัด



เข้าสู่ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนักเพื่อตีเสมอแต่ไม่ได้ ก่อนที่สุดท้ายทีมจะมาเสียประตูเมื่อ เซร์จิโอ อเกวโร่ ลากมาพร้อมกับ ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ ที่ตามมาประกบ ก่อนตัดสินใจซัดดื้อๆ ด้วยซ้าย บอลถูก ทิม ครูล ปัดไว้ได้แต่ก็มาเข้าทางเจ้าตัวได้ซำอีกครั้งด้วยขวาเข้าไปได้สำเร็จให้ทีม เรือใบสีฟ้า นำห่าง 2-0

ทำให้หมดเวลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไปได้ 2-0 ส่งผลให้ทีมเก็บชัยชนะประเดิมฤดูกาลใหม่ได้อย่างสวยงาม

นี่คือรายชื่อผู้เล่น นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (4-2-3-1) :

  1. ทิม ครูล 
  2. ดารีล ยันมาต
  3. ไมเคิ่ล วิลเลียมสัน
  4. ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่
  5. พอล ดัมเม็ทท์ 
  6. แจ็ค โคลเบ็ค
  7. วูน่อน อานิต้า 1.กาเบรี่ยล โอแบ็กตอง น.63 
  8. มุสซ่า ซิสโซโก้
  9. เรมี่ กาแบลล่า
  10. โยอัน กุฟฟรองค์ 1.โรลันโด้ อารอน น.74 
  11. เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ 1.อโยเซ่ เปเรซ น.83

ผู้เล่นสำรอง

  1. โรเบิร์ต เอเลียต 
  2. มัสซาดิโอ ไฮดาร่า 
  3. สตีเว่น เทย์เลอร์ 
  4. เมห์ดี้ อาบีด



นี่คือรายชื่อผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2) :

  1. โจ ฮาร์ท 
  2. กาแอล กลิชี่
  3. มาร์ติน เดมิเคลิส
  4. แว็งซ็องต์ ก็องปานี
  5. อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ 
  6. ซามีร์ นาสรี่ 1.เจมส์ มิลเนอร์ น.78
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันโด
  9. ดาบิด ซิลบา 
  10. สเตฟาน โยเวติช 1.แฟร์นันดินโญ่ น.72 
  11. เอดิน เชโก้ 1.เซร์จิโอ อเกวโร่ น.83

ผู้เล่นสำรอง

  1. วิลล่ กาเบเยโร่ 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า 
  3. เดดริก โบยาต้า 
  4. เฆซุส นาบาส

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โดยสรุปผลบอลตารางพรีเมียร์ลีกที่จะเปิดใจฤดูกาลใหม่ในไม่กี่พระอาทิตย์นี้



เมื่อโรนัลโด้ ได้รับคำท้านุ่งกางเกงลิงราดน้ำเย็นจัด+คลิป



หลังจากที่กำลังกลายเป็นที่การตั้งกฎเกณฑ์อย่างมากกับแคมเปญการกุศล ที่พรรคคนดังเอาน้ำเย็นจัด มาราดใส่ตัวเอง หรือ ไอซ์ บักเก็ต ชาเลนจ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมหาทุนช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรค เอแอลเอส หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ล่าสุด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกคนสำคัญทีม ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ก็ได้ร่วมแคมเปญนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งโรนัลโด้ ได้ตกลงรับคำท้ามาจาก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ รองกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมเก่า สมัยค้าแข้งกับทีมปีศาจแดง และทาง โรนัลโด้ ออกมารับคำท้า เอาน้ำเย็นราดตัวเองเป็นที่สวยงามแล้ว

และยังได้ราดน้ำเย็นใส่ตัวเอง ทั้งๆ ที่นุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียว ก่อนจะบอกให้ 1.บียอนเซ่, 2.ลิลเวยน์ และ 3.เจนิเฟอร์ โลเปซ 3 ซูเปอร์สตาร์ของวงการบทเพลงสหรัฐฯ เป็นผู้ท้าชิงรายต่อไป นอกจากนี้ มาร์เชโล่ แบ็กซ้ายเรอัล มาดริด ชาวบราซิล ยังได้ส่งสารท้าดวลไปยัง เนย์มาร์ กองหน้าทีมบาร์เซโลน่า ด้วย

และสำหรับกติกาของแคมเปญนี้คือ คนที่ถูกท้าจะมีเวลาตัดสินใจเพียง 1 วันว่าจะทำตามคำท้าหรือไม่ ซึ่งถ้าหากไม่ทำตามภายในเวลาที่กำหนดก็จะต้องบริจาคเงิน หรือจะเลือกทำทั้ง 2 อย่างเลยก็ได้ และในตอนนี้ก็มีคนดังหลายคนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นนักร้องอย่าง 

1.จัสติน ทิมเบอร์เลค
2.มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ก
3.บิล เกตต์ อดีต ซีอีโอ ของ ไมโครซอฟต์
4.ทิม คุก ซีอีโอ แอปเปิ้ล ฯลฯ












เมื่อมีการเปิดประมูลเสื้อที่ซูนิก้าใส่ทำเนย์มาร์เกือบพิการ





คงเป็นที่ถูกใจขาโหด สำหรับแฟนบอลหัวใส ได้เปิดประมูลเสื้อแข่งทีมชาติโคลอมเบีย ของ ซูนิก้า ที่ใส่ในเกมทำ เนย์มาร์ หลังเดี้ยง ในศึก เวิลด์คัพ14 โดยล่าสุดราคาพุ่งเฉียด 7 หมื่นแล้ว

หลังจากที่ อาส สื่อชื่อดังของประเทศสเปน ระบุว่า ได้มีแฟนบอลหัวใสรายนึง นำเสื้อที่ ฮวน ซูนิก้า ฟูลแบ็กทีมชาติโคลอมเบีย สวมลงแข่งขันในเกมที่ทัพ โคเคน พ่ายให้กับ ทีมชาติบราซิล ไป 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ออกมาเสนอราคา โดยได้รับความนิยมจากแฟนบอลอย่างมาก จนราคา ณ ตอนนี้พุ่งไปสูงถึง 1,400 ยูโรหรือ 63,000 บาท แล้ว

สำหรับ ซูนิก้า ได้ถูกพูดถึงอย่างมากจากเกมการแข่งขันนัดดังกล่าว หลังจากที่เขาได้เข้าปะทะด้านหลังของ เนย์มาร์ จนทำให้กองหน้าตัวมือแข็งทีมชาติบราซิล ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจนตระหนี่สันหลังร้าว ทำให้ต้องรูดม่านปิดฉากศึก เวิลด์คัพ14 ไปก่อนเพื่อนร่วมชาติรายอื่นๆ และการที่ขาด เนย์มาร์ นี่เอง ก็ทำให้ความแข็งแกร่งของทัพทีม แซมบ้า ลดน้อยลง จนไปไม่ถึงฝั่งฝัน ต้องแพ้ให้กับทีมชาติเยอรมัน ไปอย่างหมดรูปในรอบรองชนะเลิศถึง 1-7 ประตู

และแฟนบอลคนดังกล่าวยังได้ตั้งราคาแข่งขันเริ่มต้นไว้ที่ 500 ยูโรหรือ 4,500 บาท โดยตอนนี้ราคาก็พุ่งขึ้นไปสูงถึง 1,400 ยูโร และยังเหลือเวลาประมูลอีกจนถึงวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้



เข้าโค้งสุดท้ายใครจะเข้ามาเติมเต็มทีมแต่ละทีม



เหลืออีกเพียงไม่กี่วันพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15 ก็จะปะทุศึกเปิดฤดูกาลแล้ว เช่นเดียวกับตลาดนักเตะที่ก็จะปิดตัวลงภายในสิ้นเดือนนี้ เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายแล้วจริงๆที่บรรดาทีมต่างๆจะเฟ้นหานักเตะมาเสริมกำลังพล วันนี้มาดูสิว่า ทางสโมสรต่างๆในพรีเมียร์ลีกยังขาดตกบกพร่องตรงตำแหน่งใดและแข้งคนไหนจะเข้ามาอุดรูรั่วตรงนั้นเราลองมาวิเคราะห์บอลกันดู

ทีมอาร์เซน่อล


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
2.ผู้เติมเต็ม : คอสตาส มาโนลาส ทีมโอลิมเปียกอส
3.ค่าตอบแทนประมาณ : 8 ล้านปอนด์

ทีมปืนใหญ่ นั้นต้องการตัวแทน โธมัส แฟร์มาเล่น ที่ย้ายไปทีม บาร์เซโลน่า จริงๆแล้วเป้าหมายหลักที่พวกเขาต้องการคือ 1.คริส สมอลลิ่ง หรือ 2.มาติย่า นาสตาซิช ของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และ ทีมแมนฯ ซิตี้ ตามลำดับ แต่ว่า มาโนลาส ตัวทีมชาติกรีซดูจะเป็นไปได้และคุ้มค่ากับเงินที่มีอยู่มากที่สุด

ทีมเบิร์นลี่ย์


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : ทรอย ดีนี่ย์ ทีมวัตฟอร์ด
3.ค่าตัวประมาณ : 10 ล้านปอนด์

ถึงแม้ว่าจะมี 1.แดนนี่ อิงส์ และ 2.แซม โว๊คส์ 2 กองหน้าตัวเก่งอยู่แล้ว แต่ด้วยคุณภาพของพรีเมียร์ลีกที่เทียบไม่ได้กับแชมเปี้ยนชิพ จำเป็นต้องมีอาวุธเสริมที่หนักขึ้นของน้องใหม่รายนี้ 10 ล้านปอนด์อาจจะแพงไปสำหรับ ดีนี่ย์ แต่เชื่อว่าเบิร์นลี่ย์ยังไงก็ต้องยอมจ่าย


ทีมเลสเตอร์ ซิตี้


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : มิดฟิลด์ตัวรับ
2.ผู้เติมเต็ม : เอสเตบัน คัมบิอาสโซ่
3.ค่าตัวประมาณ : ฟรี แต่ค่าเหนื่อยสูงลิ่วแน่นอน

ซึ่งด้วยประสบการณ์ และ ชั้นเชิงที่เหลือกินของอดีตทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ จะช่วยทีม สุนัขจิ้งจอก ในการดิ้นรนให้อยู่รอดมั่นคงบนลีกสูงสุดได้มาก ถือเป็นของดีที่น่าดึงมาช่วยทีมอย่างที่สุด



1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : ซามูเอล เอโต้
3.ค่าตัวประมาณ : ฟรี

ซึ่งการจากไปของ หลุยส์ ซัวเรซ สู่ทีม บาร์เซโลน่า และอาการบาดเจ็บของ อดัม ลัลลาน่า ตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่เปิด บวกกับอาวุธในมือที่มีอยู่ คงไม่พอแน่กับโปรแกรมหฤโหดทั้งในลีก โปรแกรมบอลถ้วยและถ้วยยุโรป ประสบการณ์ของเอโต้จะเข้ามาช่วยทีมในระยะสั้นๆได้ไม่มากก็น้อย

ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
2.ผู้เติมเต็ม : มาร์กอส โรโฮ ทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน
3.ค่าตัวประมาณ : 18 ล้านปอนด์

ซึ่งโรโฮ สามารถเล่นตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายได้ รวมถึงยังยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อีกด้วยในระบบ 3-5-2 ที่ หลุยส์ ฟาน กัล ชอบใช้เป็นประจำ ผีแดงต้องการนักเตะที่จะเข้ามาเสริมตรงนี้ เพราะลำพังเซ็นเตอร์ 3 คนที่มีอยู่อย่าง 1.จอนนี่ อีแวนส์, 2.ฟิล โจนส์ และ 3.คริส สมอลลิ่ง ไม่เพียงพอในการยืนระยะยาว

ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : เชน ลอง ทีมฮัลล์ ซิตี้
3.ค่าตัวประมาณ : 12 ล้านปอนด์

เมื่อทีม นักบุญ ได้กองหน้าร่างใหญ่อย่าง กราเซียโน่ เปลเล่ มาเสริมทัพ แต่ในครั้นเมื่อเดียวกันก็ต้องการคู่หูที่คุ้นเคยกับลีกแดนผู้ดีและมีความหลากหลายอย่าง ลอง มาเพื่อแบ่งเบาภาระเวลาที่ทีมต้องการประตู

ทีมสโต๊ค ซิตี้


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : ปีก
2.ผู้เติมเต็ม : นาธาน เร้ดมอนด์ ทีมนอริช ซิตี้
3.ค่าตัวโดยประมาณ : 6 ล้านปอนด์

ซึ่งปีกความเร็วสูงทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก คือตัวเลือกที่เป็นไปได้มากกว่า อังเดร ยาร์โมเลนโก้ แข้งยูเครน และ อุสซาม่า อัสไซดี้ เมื่อเทียบกำทุนทรัพย์ที่ทีมมีอยู่ และน่าจะประสานงานกับ โบยาน เกร์กิช หอกตัวใหม่ได้ลงตัว

ทีมซันเดอร์แลนด์


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : กองหน้า
2.ผู้เติมเต็ม : ฟาบิโอ บอรินี่ ทีมลิเวอร์พูล
3.ค่าตัวประมาณ : 14 ล้านปอนด์

ซึ่งเขายังไม่รู้อนาคตตัวเองที่แน่นอนในถิ่นแอนฟิลด์ว่าทีม แมวดำ ต้องการซื้อขาดหัวหอกอิตาเลียนผู้นี้หลังจากเมื่อปีที่แล้วยืมตัวมาและโชว์ฟอร์มได้เป็นที่น่าพอใจ บอรินี่ สามารถเป็นกำลังหลักสนับสนุนทีมดิ้นรนหนีตกชั้นในปีนี้

ทีมสวอนซี ซิตี้


1.ตำแหน่งที่ยังขาด : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
2.ผู้เติมเต็ม : เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ ทีมนาโปลี
3.ค่าตัวประมาณ : 8 ล้านปอนด์

หลังจากที่ได้ข่าวมาว่าดีลนี้ใกล้บรรลุเต็มทีแล้ว กองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่าจะเข้ามาแทน ชิโก้ ฟลอเรส และเจ้าตัวก็ส่อเค้าเก็บข้าวของออกจากอิตาลีแน่ เนื่องจากโดนตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะปัญหาเรื่องเวิร์ค เพอร์มิต

ในส่วนของทีมอื่นๆที่เหลือที่ไม่ได้กล่าวถึง ทั้งทีมเล็กๆหรือแม้ถึงที่สุดทีมใหญ่อย่าง 
1.แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่า 
2.เชลซี
3.เอฟเวอร์ตัน
4.สเปอร์ส ฯลฯ 

ซึ่งคาดได้ว่าท้องตลาดช่วงซัมเมอร์นี้น่าจะปิดตัวลงไปก่อนแล้ว เพราะล้วนเซ็นสัญญาแข้งใหม่มาเสริมทีมกันถ้วนหน้าตั้งแต่ไก่โห่ คงเหลือเพียงแค่ปรับจูนการเล่นและแท็กติกให้ลงตัวเพื่อให้พร้อมก่อนฤดูกาลจะเปิดขึ้นเท่านั้น



อันดับทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก1-20 ปะทะ 10 อันดับเต็งดาวซัลโว



หลังจากที่บ่อนผู้ดีได้หั่นราคาก่อนเปิดซีซั่นทีม เชลซีได้ผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีก ส่วน 1.ทีมพาเลซ, 2.ทีมคิวพีอาร์, 3.ทีมเบิร์นลี่ย์ ร่วงตกชั้น ด้าน 1.อาร์วีพี, 2.กุน, 3.สเตอร์ริดจ์ เป็นตัวเต็งซิวดาวซัลโว

ในบรรดาบริษัทรับพนันถูกกฎหมายชั้นนำกว่า 20 แห่งของประเทศอังกฤษ ต่างได้พร้อมใจยกให้ทัพให้ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เป็นเต็งหนึ่งที่จะซิวถ้วยตารางพรีเมียร์ลีก 2014-15 ที่กำลังจะเตะเปิดฤดูกาลในสุดสัปดาห์นี้ไปครอง หลังจากเสริมทัพนักเตะได้น่ากลัว

ซึ่งไม่ว่าจะเป็น 1.ดีเอโก้ คอสต้า, 2.เชส ฟาเบรกาส, 3.เฟลิเป้ หลุยส์ รวมถึงได้ 4.ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจอมหนึบกลับมา หลังจากปล่อยยืมตัวไปสั่งสมประสบการณ์กว่า 3 ปี จนคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน กับทีม แอตเลติโก มาดริด มาครองได้สำเร็จลุล่วงในซีซั่นที่แล้ว

และนอกจากนี้ยังมีขุมกำลังตัวสำรองที่แข็งแกร่ง และเชื่อมั่นในตัว โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ชาวโปรตุกีสว่าจะแก้มือได้สำเร็จ หลังจากฤดูกาลที่แล้วทำได้เพียงแค่อันดับที่ 3

ในส่วนของทีมเต็งอื่นๆรองลงมา ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกสำนักคือ เต็ง2 ทีมแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้, เต็ง3 ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด, เต็ง4 ทีมอาร์เซน่อล ส่วนรองแชมป์เก่าอย่างทีม ลิเวอร์พูล ตกไปเป็นเต็งห้า

ในส่วน 3 ทีมเต็งตกชั้นตามลำดับได้แก่ 1.คริสตัล พาเลซ, 2.ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และ 3.เบิร์นลี่ย์ ซึ่งทีมหลังสุดนี้ทุกสำนักมั่นใจว่าจะเป็นบ๊วยเมื่อจบฤดูกาลแน่ ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่บ่อนรับพนันขันต่อคาดการณ์นี้ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้สโมสรที่มีเจ้าของเป็นคนไทย จะเป็นน้องใหม่ทีมเดียวที่อยู่รอดนั่นเอง

โดยอันดับทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15 จากภาพรวมของบริษัทรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษมีดังนี้

1.ทีมเชลซี

2.ทีมแมนฯ ซิตี้

3.ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด

4.ทีมอาร์เซน่อล

5.ทีมลิเวอร์พูล

6.
ทีมท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

7.
ทีมเอฟเวอร์ตัน

8.
ทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

9.
ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน

10.
ทีมสโต๊ก ซิตี้

11.
ทีมสวอนซี

12.
ทีมแอสตัน วิลล่า

13.
ทีมซันเดอร์แลนด์

14.
ทีมเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

15.
ทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

16.
ทีมฮัลล์ ซิตี้

17.
ทีมเลสเตอร์ ซิตี้

18.
ทีมคริสตัล พาเลซ

19.
ทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส

20.
ทีมเบิร์นลี่ย์

พร้อมกับในส่วนตำแหน่งดาวซัลโว เต็งหนึ่งคือ 
1.โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด
2.เต็งสอง กุน อเกวโร่ ของแมนฯ ซิตี้ และ
3.เต็งสามเป็น ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ของลิเวอร์พูล

ซึ่งอันดับตัวเต็งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15 จากภาพรวมของบริษัทรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษ

1. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จากเหล่าแมนฯ ยูไนเต็ด

2. เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ 
จากทีมแมนฯ ซิตี้

3. ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 
จากทีมลิเวอร์พูล

4. ดีเอโก้ คอสต้า 
จากทีมเชลซี

5. เวย์น รูนี่ย์ 
จากทีมแมนฯ ยูไนเต็ด

6. อเล็กซิส ซานเชซ 
จากทีมอาร์เซน่อล

7. เอดิน เชโก้ 
จากทีมแมนฯ ซิตี้

8. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
จากทีมอาร์เซน่อล

9. โรเมลู ลูคาคู 
จากทีมเอฟเวอร์ตัน

10. วิลฟรีด โบนี่ 
จากทีมสวอนซี